นักกีฬา MMA การผสมผสานอย่างลงตัวของศาสตร์แห่งการต่อสู้

ใครที่เคยได้ดูการแข่งขันกีฬาต่อสู้อย่าง MMA หรือมวยกรง อาจจะสงสัยอยู่ไม่น้อยว่ามันมีศิลปะการต่อสู้แบบนี้บนโลกใบนี้ด้วยหรือ บางทีก็ทุบกันที่จุดอันตราย บางทีก็ใช้การล็อคกันจนสลบ บางทีก็นอนต่อสู้ หรือจะคุมเชิงปะทะกันจากวงนอกก็มี แล้วสรุปว่ากีฬาชนิดนี้มันเล่นหรือมีกติกาอย่างไรกันแน่ เอาง่าย ๆ เลยก็คือสังเวียน MMA นี้เป็นสังเวียนที่เปิดโอกาสให้นักสู้จากศิลปะการต่อสู้ทุกสาขาได้มาประมือกัน ใครจะงัดเอาเทคนิคการต่อสู้แบบใดมาต่อกรกันก็ได้ไม่ว่ากัน มีเงื่อนไขในการแพ้ชนะอยู่ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมแพ้ หรือหมดสติไปก่อนก็ถือว่าพ่ายแพ้ไป โดยการดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักกีฬาขึ้นกับดุลยพินิจของกรรมการ นักกีฬาที่เข้าร่วมต่อสู้ก็มีการผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลาย ๆ แบบเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตนเองมากที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ชนิดใดบ้างที่มีการนำมาใช้ในกีฬา MMA

ศิลปะการต่อสู้หลากหลายชนิดที่มีการนำมาผสมผสานกันทั้งการรุกรับวงนอก และการต่อสู้แบบประชิดตัว ศิลปะการต่อสู้ที่เห็นได้บ่อย ๆ ก็มี มวย หลายแขนง ทั้งมวยไทย กังฟู คาราเต้ เทควันโดหรือมวยจีนก็มีการนำมาประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้ที่มีพื้นฐานหมัดมวยนี้เหมาะสำหรับการรุกและรับจากวงนอกหรือระยะใกล้ เพราะต้องมีการออกอาวุธทั้งหมัด ทั้งเท้า หากสังเกตให้ดีจะพบว่ามวยแต่ละประเภทจะมีการใช้มือและเท้าที่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว บางประเภทใช้สันหมัด บางประเภทใช้สันมือ ส่วนเท้าบ้างก็ใช้หลังเท้า บ้างก็หน้าแข้ง บ้างก็สันเท้าด้านนอก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าศิลปะต่อสู้นั้นมีรูปแบบการฝึกฝนอย่างไร ส่วนศิลปะการต่อสู้แบบประชิดตัวที่เห็นนำมาใช้กันมากก็คือ ยิวยิตสู ไอกิโด และยูโด ซึ่งเน้นที่การล็อคคู่ต่อสู้ในระยะประชิด ส่วนมากจะเกิดการแพ้ชนะกันจากการล็อคนี่แหละ เพราะหากล็อคถูกจุด ถูกจังหวะแล้วคู่ต่อสู้มักจะเลือกที่จะยอมแพ้ไปก่อน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้หมดสติได้ นักกีฬาที่ก้าวเข้ามาในวงการ MMA มักมีความถนัดอยู่ 2 – 3 ชนิด แต่เมื่อเข้ามาฝึกซ้อมแล้ว จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ศาสตร์การต่อสู้อื่นเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นทางหนีทีไล่หากเจอคู่ต่อสู้ที่ถนัดชนิดอื่นด้วย 

ศิลปะการต่อสู้แบบใดที่เหมาะกับการใช้จริงในโลกการต่อสู้จริงอย่าง MMA

ถ้าจะให้ฟันธงไปว่าศิลปะการต่อสู้แบบใดที่เหมาะกับสังเวียนมวยกรงอย่าง MMA ก็คงไม่สามารถระบุให้ชัดเจนไปได้ เพราะยังไม่เห็นนักกีฬาคนใดที่ใช้ศิลปะการต่อสู้ชนิดเดียวแล้วประสบความสำเร็จเป็นแชมป์จากการแข่งขันเลย ส่วนมากก็จะนำศาสตร์การต่อสู้หลาย ๆ แขนงมาประยุกต์แล้วปรับเปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นสไตล์ของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่มาถึงจุดที่ศิลปะการต่อสู้ต่าง ๆ หลอมรวมเป็นตัวของตัวเองได้แล้วนั่นแหละมักจะทำให้นักกีฬาต่อสู้คนนั้นก้าวสู่ความเป็นที่สุดได้ในสังเวียน MMA

กีฬาต่อสู้ MMA ที่มีการผสมผสานทั้งกีฬาและการฝึกสมาธิ

เมื่อได้ยินคำว่ากีฬา MMA หลายคนคงนึกถึงความรุนแรง การต่อสู้ปะทะกันแบบดุเดือด ที่น้อยคนนักจะอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาชนิดนี้ จริงอยู่ว่ากีฬา MMA นี้เป็นกีฬาต่อสู้ที่อาจมีการใช้อาวุธที่ค่อนข้างหนักหน่วงรุนแรง รวมไปถึงการผสมผสานศาสตร์การต่อสู้หลายชนิดมาไว้ด้วยกันทั้งระยะไกล ระยะใกล้ และระยะประชิด ไม่ใช่ว่านักกีฬาทุกคนจะต้องเก่งกล้าสามารถไปเสียทุกประเภทกีฬาต่อสู้นะ ส่วนมากก็มาเรียนรู้เอาก็ตอนฝึกนี่แหละ เรียนรู้กันไป ใช้ความสามารถเดิมเป็นหลัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ “สมาธิ” กีฬาต่อสู้ที่ต้องฉับไวทั้งการเคลื่อนไหว และตัดสินใจ เลี่ยงไม่ได้เลยจริง ๆ ที่นักกีฬาต้องมีระดับสมาธิที่สูงมาก ด้วยเสน่ห์นี้แหละที่ทำให้กีฬานี้เริ่มเกิดความน่าสนใจมากขึ้น เพราะความท้าทายนี้แหละ

ยิ่งฝึกยิ่งได้ ร่างกายและจิตใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

เมื่อเริ่มฝึกนั้นนักกีฬาทั้งหลายที่เพิ่งเข้ามาจะเริ่มทำความรู้จักกับกติกา วิธีการฝึก รวมไปถึงการเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการฝึกหรือการแข่งขัน โดยที่ผู้ฝึกเองนั้นอาจไม่ได้สังเกตว่าเมื่อได้มีการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ จะทำให้สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังเรียนรู้ ยิ่งเป็นผู้ที่รักกีฬาต่อสู้ด้วยอยู่แล้วจะรู้สึกว่ามันมีความสุขที่ได้เรียนรู้กีฬาต่อสู้ที่น่าตื่นเต้น ภาพการต่อสู้จากกรงการแข่งขันที่แทบจะพลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวเพราะทุกจังหวะทำให้เกิดผลแพ้ชนะได้ทันทีก็จะยิ่งสูบฉีดอะดรีนาลีนในร่างกายให้พลุ่งพล่าน นี่เป็นหนึ่งในกระบวนการฝึก เพราะผู้ฝึกเองก็ต้องได้เห็นการแข่งขันเพื่อบันทึกรูปแบบไว้ ซึ่งจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้ในภายหลัง เมื่อภาคทฤษฎีกระตุ้นความรู้สึกได้แล้ว ก็ตามด้วยภาคปฏิบัติที่ต้องมีการฝึกสภาพร่างกายจากห้องยิม และการเข้าคู่เพื่อฝึกทักษะการต่อสู้แบบลงนวมซ้อมจริง เป็นกระบวนการวนเวียนกันไปแบบนี้ ความหลากหลายในรูปแบบการฝึกก็ขึ้นอยู่กับโค้ชของแต่ละคนว่าจะสร้างสรรค์ออกมาได้มากน้อยเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ฝึกก็จะยิ่งเพิ่มระดับความสามารถ รวมไปถึงระดับของสมาธิที่จะพัฒนาไปควบคู่กัน

การเปลี่ยนแปลงที่นักกีฬาต่อสู้ MMA ต้องทึ่ง

กว่านักกีฬาคนหนึ่งจะมีโอกาสได้ลงสนามแข่งขันจริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาฝึกอยู่นานหลายเดือน จนเมื่อโค้ชเห็นว่าพร้อมทั้งสภาพร่างกาย ทักษะ เทคนิค และจิตใจ จึงจะตัดสินใจให้เริ่มลงแข่งขัน นักกีฬาต่อสู้จะเกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเมื่อผ่านสังเวียนจริง มันจึงเป็นวัฏจักรที่โค้ชทั้งหลายอยากผลักดันให้นักกีฬาของตัวเองนั้นได้ลงสนามจริงให้เร็วที่สุด ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด หากเร็วเกินไปนักกีฬาจะเกิดความท้อแท้เพราะเหมือนไม่สามารถทำอะไรคู่ต่อสู้ได้ ช้าเกินไปก็เกิดความเบื่อหน่ายที่ได้แค่เพียงซ้อมไม่ได้ลงสนามจริงเสียที โค้ชจึงต้องประเมินนักกีฬาอย่างเหมาะสมที่สุด และเมื่อผ่านการแข่งขันไปได้ ไม่ว่าแพ้หรือชนะ เชื่อเถอะว่าตัวนักกีฬาเองนั่นแหละที่จะสัมผัสได้ว่าตัวเองมีความเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใดทั้งร่างกาย และจิตใจ หากนักกีฬารู้จักการประเมินตัวเองด้วยแล้วล่ะก็นี่เป็นเส้นทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนาแบบไม่สิ้นสุดเลยทีเดียว

จะเริ่มเล่นกีฬาต่อสู้ MMA มีข้อจำกัดอะไรบ้างหรือไม่

เมื่อได้ดูการแข่งขันกีฬาต่อสู้ บนสังเวียน MMA ความสนุกตื่นเต้นของการแข่งขันคงทำให้นักกีฬาต่อสู้อีกไม่น้อยเกิดความคิดอยากเข้าไปลองสัมผัสกับกีฬาชนิดนี้ดูบ้าง แต่ก็อาจกังวลอยู่ว่าจะสามารถเล่นได้หรือเปล่า หรือมีข้อจำกัดอะไรหรือไม่ เมื่อดูจากรายชื่อแชมป์ก็จะพบว่า นักกีฬาที่ได้แชมป์หลายสมัยต่อกันนั้นมีน้อยมาก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ข้อมูลนี้สะท้อนถึงอะไร? ข้อมูลนี้บอกให้ทราบว่ากีฬานี้เป็นกีฬาที่น่าท้าทาย แชมป์มีโอกาสรักษาแชมป์ได้น้อยมาก มีการแปรผันของผลการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งที่กติกาไม่ได้ซับซ้อนเลย นี่แสดงว่าผลการแข่งขันขึ้นอยู่กับความพร้อมของนักกีฬาแต่ละคนจริง ๆ การผสมผสานกันของศิลปะการต่อสู้เพื่อนำมาใช้ต่อสู้ของแต่ละคนทำได้สมบูรณ์เพียงใด คนนั้นมีโอกาสขึ้นสู่แชมป์ได้สูง เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยหากตั้งเป้าจะเป็นแชมป์หากวางแผนได้ดี

เคล็ดลับการเป็นนักกีฬา MMA ที่ดี และสามารถก้าวสู่แชมป์ได้

เมื่อตัดสินใจเลือกเข้ามาในวงการกีฬาต่อสู้ MMA แล้วการกำหนดเป้าหมายสูงสุดของตัวเองจะเป็นแรงจูงใจที่ดีที่สุดในการวางแผนการฝึกซ้อม มีเคล็ดลับไม่กี่ประการเท่านั้นที่แชมป์ MMA หลาย ๆ คนเลือกทำเพื่อผลักดันให้ตัวเองขึ้นสู่จุดสูงสุดของกีฬามวยกรงที่น่าตื่นเต้นนี้

  1. กำหนดโปรแกรมการฝึกซ้อมที่เหมาะสม : โปรแกรมฝึกซ้อมที่ดีต้องเหมาะสมกับผู้ฝึก สอดคล้องกับสมรรถนะ ยืดหยุ่นได้ตามสภาพ เช่น เริ่มแรกควรเริ่มจากเบาไปหนัก มีทั้งการพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกาย ความยืดหยุ่นของร่างกาย และทักษะการต่อสู้ โปรแกรมมีการปรับตามสมรรถนะที่พัฒนาขึ้นอาจเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน
  2. มีความสม่ำเสมอในการฝึกซ้อม : เมื่อวางโปรแกรมฝึกซ้อมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอในการฝึกซ้อม เพราะกีฬาต่อสู้เช่นนี้จำเป็นต้องพัฒนาทักษะทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ผู้ฝึกต้องมีวินัยในการฝึกซ้อมสูงมาจึงจะสามารถพัฒนาตัวเองได้
  3. ประเมินร่างกายตามสภาพจริง : การประเมินมี 2 วัตถุประสงค์คือ เพื่อปรับยกระดับโปรแกรมฝึกซ้อมและเพื่อหยุดเพื่อพัก หากประเมินแล้วพบว่าโปรแกรมนั้นเบาไปแล้วก็สามารถเพิ่มโปรแกรมให้หนักหรือเข้มข้นขึ้นได้ แต่หากประเมินแล้วพบว่าร่างกายมีอาการบาดเจ็บก็จำเป็นต้องพัก อย่าฝืนร่างกาย

ความตั้งใจจริง ความมุ่งมั่น และความสม่ำเสมอ ที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักกีฬาที่ดีได้

นักกีฬาที่ดีหาได้ยาก แต่นักกีฬาที่ดีและประสบความสำเร็จหาได้ยากยิ่งกว่า นักกีฬาที่มุ่งมั่นอย่างแท้จริงจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่านักกีฬาที่ฝึกซ้อมอย่างไรจุดหมาย เมื่อเป้าหมายชัดเจนจะทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ กันจนกลายเป็นกิจวัตรได้ หากคุณผ่านจุดเริ่มต้นจนทำให้การฝึกซ้อมนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้แล้วล่ะก็ การจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ลองประเมินดูสิว่าคุณเองพร้อมจะเป็นแชมป์ MMA หรือยัง?

รีดน้ำหนักกระชับรูปร่างด้วยการเล่นกีฬา MMA

การลดน้ำหนักที่ใครต่อใครก็คิดว่าทำได้ยาก จึงมักท้อเสียก่อนแล้วในที่สุดก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างที่หวัง จึงทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น แต่ถ้าใครที่มีความพยายามและเอาจริงเอาจังก็จะสามารถบรรลุผลตามต้องการได้อย่างแน่นอน อีกหนึ่งวิธีการที่น่าเลือกก็คือ การเลือกเล่นกีฬา MMA เพื่อเป็นตัวช่วยในการรีดเหงื่อและรีดน้ำหนัก สามารถเลือกเป็นแนวทางในการกระชับรูปร่างได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังให้ความสนุกสนานและความท้าทายได้ไม่น้อย เนื่องจากโปรแกรมการฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ร่างกายทุกส่วนถูกใช้งานอย่างเหมาะสม กล้ามเนื้อกระชับ ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างเช่น ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อปอดและหัวใจแข็งแรง ร่างกายก็ห่างไกลจากโรคอีกด้วย เพราะกีฬา MMA เป็นการผสมผสานกีฬาการต่อสู้หลายชนิด การออกอาวุธจึงหลากหลายทั้ง มือ แขน ขา ลำตัวและเท้า ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน

3 วิธีดี ๆ ในการลดน้ำหนักให้ได้ผลมากที่สุดตามแบบฉบับนักมวย MMA

  1. ความมีวินัยและมีความอดทน เพื่อการออกกำลังกายทุกชนิดจะต้องมีความสม่ำเสมอจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นเวลาอย่างน้อย 45 นาที – 1 ชั่วโมงต่อวันและไม่น้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มขีดจำกัดให้กับการฝึกซ้อมของตนเองเพื่อให้ร่างกายสามารถนำพลังงานมาใช้ในการเผาผลาญได้สูงขึ้น เมื่อสามารถผ่านบททดสอบที่ยากและเข้มงวดมาได้ระดับหนึ่งแล้วอาจจะยังค้นพบศักยภาพในตัวเองได้อีกจนสามารถขึ้นเวทีเป็นนักกีฬาเต็มรูปแบบได้ในอนาคต
  2. สิ่งสำคัญที่นักกีฬาต้องทำไปพร้อม ๆ กับการฝึกซ้อมก็คือ การควบคุมอาหาร โดยเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนได้พัฒนาอย่างเต็มที่ แล้วยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะไม่เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินอย่างแน่นอน เนื่องจากร่างกายนำไปใช้ตามสัดส่วนที่เหมาะสมทุกวัน
  3. การพักผ่อนอย่างเพียงพอหลังจากการฝึกซ้อม ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยการจัดตารางให้มีความลงตัว ถ้าหากได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอาจจะอ่อนล้า ทำให้ไม่มีทั้งกำลังกายและกำลังใจในการฝึกซ้อมสำหรับวันต่อไป เพราะการฝึกซ้อมมวย MMA ใช้พลังงานค่อนข้างมาก ร่างกายจะต้องมีความสมดุลเพื่อความฟิตแอนด์เฟิร์มได้ทุก ๆ วัน

เล่นกีฬา MMA ให้มากกว่าการลดน้ำหนัก ยังสร้างภูมิคุ้มกันได้สารพัดโรค

การเลือกเล่นกีฬา MMA ที่ว่าสามารถรีดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีประโยชน์ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายได้ดีอีกด้วย โดยคนทั่วไปที่ไม่ออกกำลังกายมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดสูง เมื่อระบบหัวใจและหลอดเลือดเริ่มทำงานไม่ปกติย่อมส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมประสิทธิภาพตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นปอด ตับ ไต กระเพาะอาหาร ลำไส้และอื่น ๆ แม้แต่ท่านที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็สามารถเลือกเล่นได้ โดยฝึกซ้อมในระดับที่เหมาะสม ไม่ควรหักโหมมากจนเกินไป หรืออยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญและแพทย์  และที่สำคัญยังทำให้อารมณ์สดชื่นแจ่มใสมากกว่าตอนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เพราะหุ่นดีกระชับขึ้น คล่องตัวในทุกกิจกรรม ดังนั้นการฝึกซ้อมเป็นประจำจึงให้มากกว่าการลดน้ำหนักอย่างแน่นอน

อาหารดีมีประโยชน์ที่นักกีฬา MMA ควรเลือก

เรื่องอาหารการกินนั้นมีความสำคัญต่อนักกีฬาไม่น้อยไปกว่าชั่วโมงของการฝึกซ้อม เพื่อการเตรียมพร้อมของร่างกายและจิตใจที่มีคุณภาพทุกเวลา การเลือกรับประทานอาหารให้ถูกหลักจะสามารถเพิ่มสมรรถภาพของการฝึกซ้อมและการแข่งขันได้ดีกว่า ตัวนักกีฬา MMA กีฬาที่มีการผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลายชนิดนั้นควรจะเพิ่มเติมความรู้ทางโภชนาการให้กับตัวเอง เพราะถ้าหากว่านักกีฬาได้รับสารอาหารไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย

อาหารดีมีประโยชน์ที่นักกีฬา MMA ควรเลือก คืออาหารที่ให้พลังงานอย่างเพียงพอในการสร้างความพร้อมสำหรับการฝึกซ้อม นั่นคือกลุ่มสารอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน เนื่องจากพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของนักกีฬาเพื่อการเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ กระฉับกระเฉง ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย กล้ามเนื้อสามารถพัฒนาได้ดี ปอดและหัวใจแข็งแรง แต่สารอาหารในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ก็ควรได้รับในปริมาณที่พอเหมาะเช่นกันเพื่อเสริมสร้างการสร้างพลังงาน ช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงและลำเลียงออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักกีฬา MMA ควรเลือกอาหารก่อนและหลังการฝึกซ้อมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

สาระน่ารู้ในการเลือกอาหารก่อนการฝึกซ้อมควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง มีอาหารจำพวก ข้าว ขนมปัง เพราะเป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายกายต้องการ จำเป็นต้องได้รับให้เพียงพอกับการฝึกซ้อม MMA เพื่อให้ร่างกายสามารถดึงพลังงานไปใช้ได้และไม่เหลือเก็บสะสม ในส่วนของโปรตีนจะมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยนักกีฬาสามารถหารับประทานได้จากแหล่งโปรตีนที่ดีทั้ง เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลา ไข่ นม เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรได้รับสารอาหารประเภทไขมันในปริมาณพอดี ไม่ให้เกิดการสะสมมากจนเกินไป เพราะนักกีฬาจะต้องมีวินัยในการเลือกรับประทานอาหาร การตามใจตัวเองโดยเลือกอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการจะส่งผลให้มีน้ำหนักตัวไม่ได้มาตรฐาน การฝึกซ้อม หรือการแข่งขันก็จะไม่มีประสิทธิภาพตามไปด้วย ในส่วนของการเลือกอาหารหลังการฝึกซ้อม ควรเป็นสารอาหารจำพวกที่ให้ประมาณน้ำตาลกลูโคส เกลือแร่และวิตามินเพื่อให้ร่างกายนำไปทดแทนส่วนที่ได้สูญเสียไปทางเหงื่อ เช่น น้ำผักผลไม้ ขนมปังโฮลวีต หรือ ซีเรียลที่ผสมธัญพืช เป็นต้น นอกจากนี้ในบางท่านจะเสริมเกลือแร่และวิตามินเพิ่มก็ได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรเลือกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือดื่มน้ำอัดลม เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในร่างกายมากเกินไป แต่ควรเลือกดื่มน้ำเปล่าเพื่อชดเชยเหงื่อที่สูญเสียไป แล้วยังช่วยรักษาความสมดุลของสารอาหารต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่นักกีฬา MMA ต้องใส่ใจและเลือกดื่มอย่างถูกวิธีคือ น้ำ เพราะมีความสำคัญกับระบบย่อยอาหาร ระบบการไหลเวียนเลือดและระบบขับถ่าย น้ำที่ดีที่สุดก็คือ น้ำเปล่า ควรจิบอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติที่ประมาณ 30มล./น้ำหนักตัว 1 กก.

ความพิถีพิถันเรื่องอาหารย่อมสร้างสุดยอดของนักกีฬา MMA ได้แน่นอน

สำหรับนักกีฬา MMA ที่ได้รับความเอาใจใส่ในเรื่องอาหารการกิน เลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงานเพียงพอย่อมมีโอกาสพัฒนาความสามารถและทักษะต่าง ๆ ได้ดีกว่า เพราะร่างกายแข็งแรงและมีความพร้อมให้กับการฝึกซ้อม ไม่เหนื่อยง่าย โปรแกรมการซ้อมแบบหนักหน่วงแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่น่าหนักใจอีกต่อไป ไม่เฉพาะแต่ในฤดูกาลแข่งขันเท่านั้นแต่ต้องมีความต่อเนื่องและมีความสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกาย กล้ามเนื้อได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อาหารที่มีรสจัดควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยง เพราะอาจจะเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็น อาหารรสเผ็ดจัด หรือเค็มจัด จะส่งผลให้ตับและไตทำงานหนักมากเกินไป

กว่าจะได้ขึ้นสังเวียนต่อสู้จริงอย่าง UFC หรือ One Championships ไม่ใช่เรื่องง่าย

นักกีฬาต่อสู้จำนวนมากที่ผันตัวเองจากชนิดกีฬาเดิมที่ตัวเองถนัดเข้ามาสู่โลกแห่งการผสมผสานกีฬาต่อสู้หลากชนิดอย่าง MMA นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยแรงจูงใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่เป็นพลังผลักดันสูงสุดคือความท้าทายที่จะพิชิตความเป็นสุดยอดของกีฬานี้ให้ได้ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าคุณคือสุดยอดนักสู้เหนือเหล่านักสู้ทั้งปวงนั่นเอง ระยะแรกของการฝึกซ้อมเป็นการเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ เรื่องการต่อสู้แต่ละแขนงให้แตกฉาน ระยะนี้ใครเรียนรู้ได้เร็วก็ก้าวสู่ขั้นต่อไปได้เร็ว เมื่อก้าวสู่ขั้นต่อไปเป็นการเรียนรู้เชิงทักษะและเทคนิคต่าง ๆ ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้นักกีฬาจะเริ่มผสานเอาทักษะเดิมที่ตนเคยมีมากับศาสตร์ใหม่ที่ได้เรียนรู้ประยุกต์ให้กลายเป็นสไตล์การต่อสู้ที่เหมาะกับตัวเอง ในขณะที่การฝึกซ้อมลงนวมเก็บประสบการณ์ก็ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงจุดหนึ่งที่โค้ชมองเห็นว่าพร้อมที่จะเริ่มลงแข่งจริงได้จึงจะได้ลงสนามจริง บางคนใช้เวลาแรมเดือน บางคนใช้เวลาหลายปี บางคนก็ถอดใจกันไป เป็นเรื่องธรรมดา

แชมป์ MMA ต้องมีการวางตารางโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างไรบ้าง

เมื่อกำหนดเป้าหมายแน่นอนว่าจะต้องเป็นแชมป์ MMA ให้ได้แล้วก็ต้องวางโปรแกรมการฝึกซ้อมให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด มาดูกันว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาต่อสู้ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์มีการฝึกการอย่างไร

  1. เริ่มวันด้วยการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย : อาจเป็นการวิ่ง สลับกับการเข้าห้องยิม ซึ่งผลที่ได้ก็จะแตกต่างกันไป การวิ่งใช้พัฒนาระบบการหายใจให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นควบคู่ไปกับการควบคุมน้ำหนัก ส่วนการเข้าห้องยิมเพื่อพัฒนาระบบกล้ามเนื้อซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับนักกีฬา MMA ที่ต้องมีการปะทะกันอยู่ตลอดเวลา โดยมีการเพิ่มความเข้มข้นของโปรแกรมตามศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคน
  2. วอร์ม ยืดกล้ามเนื้อ และฝึกพื้นฐาน : ช่วงนี้จะเป็นการทบทวนทักษะการต่อสู้ทั้งหมดด้วยการวอร์มเบา ๆ แต่ทุกครั้งต้องทำการยืดกล้ามเนื้อให้คลาย ร่างกายพร้อมเสียก่อน ผู้ฝึกจะจินตนาการถึงพื้นฐานของการต่อสู้ทั้งหมดทุกแขนง บางครั้งอาจใช้อุปกรณ์ในโรงยิมอย่างกระสอบ หรือเป้าล่อ เป็นตัวช่วยก็ได้
  3. Sparring : การลงนวมซ้อมจริงกับคู่ซ้อมเป็นการฝึกการใช้ทักษะและการหาระยะ จังหวะที่จะนำเอาเทคนิคเหล่านั้นมาใช้ในสถานการณ์จริง ในการลงนวมนั้นก็มีตั้งแต่แบบพื้นฐาน เพื่อเช็คจังหวะ ไปจนถึงการลงนวมซ้อมเหมือนจริง หรือที่เรียกว่า อุ่นเครื่อง ก็ได้
  4. จบวันด้วยการยืดคลายเส้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทุกครั้ง

การรักษาแชมป์ทำได้ยากยิ่งกว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งแชมป์เสียอีก

แม้โปรแกรมจะดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่การทำเป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอนั้นสำคัญยิ่งกว่า เมื่อสามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งแชมป์ได้แล้ว สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การรักษาแชมป์นั้นไว้ให้นานที่สุด ซึ่งจากสถิติแล้วน้อยคนนักที่จะสามารถรักษาแชมป์ไว้ได้นาน หลายสมัย เพราะนักกีฬาใหม่ที่มีจำนวนมากขึ้น รวมถึงนักกีฬาเก่าที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ให้ได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากแชมป์ MMA จะเปลี่ยนหน้าไปทุก ๆ ปี

ย้อนความทรงจำ การกลับมาอย่างงดงาม ของ นักสู้สุดเกรียน คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์

เจ้าเกรียนไอริช ผู้มีฉายาอีกนามหนึ่งว่า “ไอ้หมาบ้า” คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ หลังจากที่หายไปนานจากการไปเที่ยวใช้เงิน ก็กลับมาในศึก UFC แบบไม่สวยหรูดูหมดสภาพ เพราะพ่ายให้กับจอมหินอย่างคาบิบ นูร์มาโกเมดอฟไปอย่างหมดรูป แล้วแม็คเกรเกอร์ก็หายไปจาก UFC พักใหญ่ ในที่สุดแล้ว ในศึก UFC 246 เขาก็กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนใครก่อน ๆ เพราะเจ้าเกรียนไอริชของเรา สามารถคว่ำคาวบอย โดนัลด์ เซอร์โรเน่ไปอย่างรวดเร็วสุด ๆ เพียงแค่ 40 วินาทีของยกแรกเท่านั้น หรือว่านี่จะเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในสังเวียน MMA อีกครั้งของคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์

UFC 246 เมื่อหมาบ้าต้องมาปะทะกับคาวบอย

นับว่าเป็นศึกกีฬา MMA ที่มีแฟน ๆ มวยกรงรอชมมากที่สุดนัดหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับศึก UFC 246 ที่ผ่านมา เพราะคู่เอกในรายการวันนั้นก็คือ การพบกันระหว่าง คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ และ โดนัลด์ เซอร์โรเน่ นักสู้เจนสังเวียน ส่วนใหญ่แล้วแฟน ๆ MMA ก็จะอยากรู้ว่า คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์จะเรียกฟอร์มของตนเองกลับมาได้หรือเปล่า เว็บไซต์รับพนันกีฬาต่าง ๆ ให้ราคาคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์เป็นต่อไม่มากนัก ซึ่งในศึกนั้นเว็บพนันออนไลน์ทางฝั่งเอเชียอย่าง VWIN ก็มีการเปิดรับเดิมพันในรายการนี้ด้วย และการชกวันนั้นคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ของเขาผิดหวัง เพราะสามารถที่จะคว่ำเจ้าคาวบอยไปได้อย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียง 40 วินาที ซึ่งเรียกว่ารวดเร็วมาก เวลาเปิดตัวของนักสู้ทั้งคู่ยังนานกว่า เวลาที่คนทั้งคู่สู้กันเสียอีก แต่ชัยชนะครั้งนี้ถือว่าเป็นชัยชนะที่สวยหรูทีเดียวสำหรับแม็คเกรเกอร์ ขาวสะอาดและรวดเร็วสมกับการที่หลายคนยกย่องว่าเขาคือนักสู้บนสังเวียน 8 เหลี่ยมที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการ

เปิดเกมมานักสู้ทั้งสองโถมพุ่งเข้าใส่กัน แม็คเกรเกอร์ตั้งหลักได้ดีกว่า และได้งัดเอาหมัดที่ 3 นั่นคือหัวไหล่กระแทกเข้าไปที่ดั้งของเซอร์โรเน่จน เจ้าคาวบอยถึงกับมึน จากนั้นไอ้หมาบ้าไม่รอช้า โยนเข่าเข้าไปอีกดอกและตามด้วยเตะไปอีกครั้งโดนปลายคาง เจ้าคาวบอยยังยืนอยู่ได้แต่ก็ซวนเซเต็มทีเอนไปติดกรง จึงเสร็จไอ้หมาบ้าที่โถมเข้าไปทุบและจัดชุดใหญ่จนในที่สุดกรรมการต้องยุติการชกและยกมือให้แม็คเกรเกอร์ชนะไป

แม็คเกรเกอร์ อาจมีรีแมตช์กับ คาบิบ

ปี 2018 ตอนที่แม็คเกรเกอร์มาเจอกับคาบิบ นั้น เรื่องราวเต็มไปด้วยดราม่า มีการแกล้งกันนอกรอบ มีเรื่องมีราวกันนอกสนามตลอด และทุกอย่างก็มาจบลงตรงที่แม็คเกรเกอร์แพ้แบบหมดสภาพจริง ๆ แถมในนัดนั้นโกลาหลมาก มีการตีกันของทีมงานทั้งสองฝ่ายบนเวลาทีด้วย ด้านแม็คเกรเกอร์เองก็ยอมรับว่าในนัดนั้นเขาหมดสภาพจริง ๆ ตอนนั้นหลาย ๆ คนบอกว่าแม็คเกรเกอร์อาจเลิกชกไปเลย แต่ด้วยเพราะยังติดสัญญาอยู่กับทาง UFC ทำให้แม็คเกรเกอร์เลิกไปไม่ได้ เขาหลบไปซ้อมอย่างเงียบอยู่พักใหญ่แล้วกลับมาคว้าชัยชนะในศึก UFC 246 ที่ผ่านมา ซึ่งแฟน ๆ ต่างลุ้นว่านัดหน้าของเกรียนไอริชผู้นี้น่าจะกลับมาเจอคาบิบ นูร์มาโกเมดอฟเพื่อล้างตา

ความหวังนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ก็คงต้องรอดูกันต่อไป ไม่แน่แม็คเกรเกอร์อาจจะขอสู้อีกครั้งเพื่อเรียกฟอร์มตนเองก็ไปเจอคาบิบ แต่ไม่ว่าจะออกหน้าไหน นักสู้คนนี้ก็สร้างสีสันให้กับวงการ MMA ได้ทุกครั้งจริง ๆ

ความสำเร็จของนักมวยไทยบนสังเวียน MMA

ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกคนย่อมต้องการความสำเร็จกันทั้งนั้น นี่คือสัจธรรมอย่างหนึ่ง นักกีฬาก็ไม่ต่างกันเพราะความสำเร็จที่ได้มานั้นสามารถนำพาชีวิตของตัวเองรวมถึงคนในครอบครัวได้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะนักกีฬามวยไทย แต่ที่ผ่านมามักจะเป็นความสำเร็จที่สร้างความสุขเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่มีความมั่นคงอย่างแท้จริง นักมวยไทยหลาย ๆ ท่านจึงผันตัวไปประกอบอาชีพอื่น บางท่านจึงผันตัวมาเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหรือ MMA จากการที่มีพื้นฐานด้านมวยไทยอยู่แล้วจึงสามารถต่อยอดการฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จได้กลายเป็นแชมป์บนสังเวียนนักสู้ MMA

อย่างเช่น เดชดำรง ส.อำนวยศิริโชคและสะเก็ดดาว เพชรพญาไท ทั้งสองท่านเป็นนักชกมากฝีมือตั้งแต่ครั้งที่เคยเป็นนักกีฬามวยไทยจนได้มาคว้าแชมป์ในศึก One Championship เรียกว่าด้วยพื้นฐานการต่อสู้ที่ดี อาศัยความมุ่งมั่นขยันฝึกซ้อมและในที่สุดก็ได้ก้าวขึ้นมาสู่มาตรฐานของคำว่าแชมป์เปี้ยนโลก

ทำไม…มวยไทยจึงเป็นพื้นฐานที่ดีในการก้าวเข้าสู่สังเวียน MMA

  1. มวยไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยท่วงท่าที่สวยงาม ตั้งแต่พิธีไหว้ครูที่ชาวต่างชาติได้เห็นท่ารำแล้วมักจะหลงเสน่ห์ได้อย่างง่ายดายและอยากเข้ามาสัมผัสวิถีอย่างมวยไทย นอกจากท่ารำไหว้ครูแล้วยังมีท่าแม่ไม้มวยไทยที่สามารถจู่โจมได้อย่างรุนแรงเฉียบขาดเช่นกัน
  2. สามารถใช้อวัยวะในการออกอาวุธเพื่อโจมตีคู่ต่อสู้และเพื่อป้องกันตนเองได้ครบทุกส่วนทั้ง หมัด เท้า เข่าและศอก มีพิษสงรอบด้าน ถ้าหากนักกีฬาคนไหนสามารถออกอาวุธและใช้ได้อย่างชำนาญย่อมเป็นที่น่าเกรงขามสำหรับคู่ต่อสู้อย่างมากทีเดียว
  3. สามารถพัฒนาในการควบคุมอารมณ์และจิตใจได้ดี เพราะครูฝึกจะไม้ได้สอนเพียงเรื่องการออกอาวุธอย่างไรให้ชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นความสำคัญตั้งแต่เรื่องความมีระเบียบวินัยตรงต่อเวลา การมีสัมมาคารวะ รู้แพ้ รู้ชนะและรู้จักให้อภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานด้านวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยซึ่งได้สอดแทรกเข้ามาในศิลปะมวยไทยด้วย จึงกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ผู้ใดพบเห็นเป็นต้องชม

คุณค่าของกีฬามวยไทย ดังไปไกลถึงสนาม One Championship

คุณค่าที่มีในศิลปะการต่อสู้อย่างมวยไทยได้ดังไปไกลถึงสนามประลองฝีมือศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA อย่างสนาม One Championship และสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ด้วยการใช้แม่ไม้มวยไทยเป็นอาวุธหลักในการโจมตีคู่ต่อสู้ได้อย่างเฉียบขาด จึงพิสูจน์ได้อย่างน่าภาคภูมิใจว่า มวยไทยไม่ได้เป็นรองศิลปะการต่อสู้ประเภทใดเลย ควรช่วยกันอนุรักษ์และเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จัก จนแม้กระทั่งชาวต่างชาติเองยังต้องให้ความสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นรูปแบบการต่อสู้ของตัวเอง

นอกจากความน่าภาคภูมิใจแล้ว ยังสามารถใช้เป็นใบเบิกทางในการสร้างชีวิตที่ดีได้ ไม่ใช่เป็นนักมวยดังแต่ใช้ชีวิตยังมีความลำบากแร้นแค้น เพราะเมื่อได้รับชัยชนะก็จะได้รับเงินรางวัลซึ่งมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนชีวิตของตัวเองและครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบายขึ้นได้

สุดยอดแห่งคำว่าชัยชนะบนสังเวียน UFC กับเจ้าของฉายา “ไอ้แมงมุม”

ในสังเวียนของกีฬาการต่อสู้ย่อมต้องการคำว่าชัยชนะเสมอ การต่อสู้ในศึก UFC ที่เป็นสังเวียนการแข่งขันของมวย MMA ก็เช่นกัน นักสู้ทุกคนที่จะก้าวขึ้นมาบนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ เพราะต้องผ่านสนามของความเหน็ดเหนื่อยอดทนตลอดจนการฝึกฝนอย่างหนัก นอกจากนี้ยังต้องผ่านทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและคราบน้ำตาอีกด้วย เนื่องจากกีฬาการต่อสู้ย่อมมีทั้งแพ้และชนะ เมื่อมีโอกาสได้ก้าวขึ้นสังเวียนอันทรงเกียรติระดับโลกอย่าง UFC ก็ย่อมต้องรู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุด ถ้าได้รับชัยชนะก็เหมือนเป็นรางวัลในชีวิต แต่จะมีนักกีฬาสักกี่คนที่สามารถครองเข็มขัดแชมป์ได้ติดต่อกันหลายสมัยอย่างเจ้าของฉายา “ไอ้แมงมุม” หรือ Anderson Silva นักชกชาวบราซิเลียน

เทคนิคการต่อสู้ในรูปแบบของ Anderson Silva จนต้องยกให้กลายเป็นตำนาน MMA

แน่นอนว่าการครองแชมป์ได้ยาวนานหลายปีและยังไม่มีใครสามารถทำได้ ตั้งแต่ปีค.ศ. 2006-2013 ของ Anderson Silva จะต้องมีเทคนิคการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวการต่อสู้ต้องใช้ได้อย่างชำนาญชั้นครู และหนึ่งในท่วงท่าของการต่อสู้ที่เขาได้ใช้บนสังเวียนระดับโลกนั้นก็คือ แม่ไม้มวยไทย ซึ่งสามารถใช้อาวุธได้อย่างครบทุกรูปแบบทั้ง มือ ศอก เข่าและเท้า รวมถึงสามารถเข้ากอดรัดคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย Silva นำมาประยุกต์ใช้ในการสู้ศึก UFC ได้อย่างชำนาญจนคนไทยเองก็ยอมรับว่าเป็นสุดยอดนักมวยที่ใช้มวยไทยได้ดีเยี่ยม ประกอบกับความแข็งแรงของร่างกายที่พร้อมทั้งการตั้งรับและการเข้าโจมตีคู่ต่อสู้จึงสามารถเอาชนะได้แบบที่คู่ต่อสู้ต้องยอมยกธงขาว

Anderson Silva หรือ ไอ้แมงมุม นั้นยังมีความชำนาญในศิลปะการต่อสู้ตามแบบฉบับของชาวบราซิลขนานแท้อย่าง บราซิลเลียนยิวยิตสู (brazilian-jiu-jitsu) หรือเรียกว่า Bjj ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของกีฬาต่อสู้แบบผสมผสาน MMAโดยอาศัยการล็อกคู่ต่อสู้ไม่ให้ทรงตัวได้ การใช้การต่อสู้ Bjj ไม่ได้อาศัยความแข็งแรงของร่างกายแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องอาศัยเทคนิคอันชาญฉลาดเพื่อสามารถล็อกและล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ ผู้ชนะแทบจะไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเลยก็ยังได้ ในปัจจุบัน Bjj ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับว่าทุกเพศทุกวัยสามารถฝึกฝนได้

ตำนาน ไอ้แมงมุม สู่แรงบันดาลใจของนักสู้รุ่นใหม่

ถึงแม้ว่า Anderson Silva จะเสียเข็มขัดแชมป์ไปแล้วแต่ก็ยังถือว่าเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งของ MMAไปตลอดกาลและยังไม่มีใครสร้างตำนานหน้าใหม่ได้เท่าหรือดีกว่า จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสู้รุ่นใหม่หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ไอดอล ของรุ่นน้องนั่นเอง ทำให้เด็กรุ่นใหม่มีกำลังใจและมีความพยายามในการฝึกซ้อมโดยมีเวที UFC เป็นเป้าหมาย MMA ก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ผู้คนนิยมติดตามมากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนตัวของเขาเองก็ยังคงโลดแล่นในวงการ MMA มาจนถึงปัจจุบันนี้ และยังเป็นที่เคารพนับถือทั้งในฐานะรุ่นพี่และฐานะครูมวยอีกด้วย

อิทธิพลของ MMA หรือ Mixed Martial Art ในประเทศไทย

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน MMA หรือ Mixed Martial Art ในช่วงยุคแรก ๆ นั้นเป็นที่รู้จักในด้านการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนงเข้ามาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย มวยสากล บราซิลเลี่ยน ยูยิตสุ ยูโด มวยปล้ำและอื่น ๆ ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว มีเพียงกติกาแพ้คัดออก การแพ้-ชนะขึ้นอยู่กับการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ น็อกคู่ต่อสู้หรือกรรมการสั่งยุติเท่านั้นในรายการแข่งชื่อดังอย่าง UFC (Ultimate Fighting Championship) ในเวลาต่อมาเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นจึงพัฒนาและกำหนดกติกาให้เป็นสากลมากขึ้น

ในประเทศไทยเองได้เริ่มให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นตามกระแสโลกเช่นกัน โดยมีผู้สนับสนุนเป็นคนไทยและได้พยายามผลักดันให้นักกีฬาต่อสู้ของไทยรวมถึงนักกีฬาที่มีความสนใจทั่วภูมิภาคเอเชียได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสศิลปะการต่อสู้ MMA มากขึ้น เพราะความสามารถของคนเอเชียเองไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติตะวันตก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำศิลปะการต่อสู้ของภูมิภาคเอเชียไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้นอีกด้วย และเพราะความทันสมัยของเทคโนโลยีอย่างโซเชียลมีเดียด้านต่าง ๆ สามารถรับชมได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา ด้านเกมการแข่งขันเองก็มีความน่าสนใจจึงทำให้ MMA เข้ามาอิทธิพลในกลุ่มคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำไม…ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน MMA หรือ มวยกรง จึงฮอตฮิตทั่วโลก

  • ในปัจจุบันผู้คนชอบความแปลกใหม่และท้าทายความสามารถ โดย MMA มีการถ่ายทอดความสามารถของนักกีฬาต่อสู้ ซึ่งไม่มีข้อจำกัดของการใช้อาวุธ เพราะสามารถนำมาใช้ได้แบบผสมผสานภายใต้กติกาที่มีไว้เพื่อกำหนดแนวทางและเซฟนักกีฬาในเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น
  • ความสนุกสนานเร้าใจในเกมการแข่งขันที่คาดเดาได้ยาก ผู้ชมจะรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นไปกับเกมทุกครั้งทุกยกเมื่อได้ชมแล้วอาจจะลืมทั้งความเครียดและความทุกข์ที่มีได้เลยทีเดียว
  • สามารถรับชมได้สะดวก ทั้งที่ผ่านรายการโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังสามารถรับชมย้อนหลังได้อีกด้วย เพราะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากระบบอินเทอร์เน็ตจึงสามารถออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก

โอกาสที่มี ของนักกีฬาไทยและนักกีฬาภูมิภาคเอเชียสู่สายตาคนทั่วโลก

ในปัจจุบันถือว่ามีโอกาสสูงเพราะมีผู้ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยผ่านรายการชื่อดัง One Championship ซึ่งเป็นรายการที่สร้างขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสในการค้นหา ฮีโร่แห่งภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ แล้วผู้ชมก็ให้การยอมรับและชื่นชอบ จึงกลายเป็นรายดังเช่นกัน อาจจะเป็นเพราะว่ารูปร่างสัดส่วนของชาวเอเชียมักจะเป็นคนตัวเล็ก ไม่รูปร่างสูงใหญ่อย่างชาวตะวันตก ในสังเวียนใหญ่ระดับโลกอย่าง UFC จึงไม่ค่อยมีนักกีฬาที่มาจากฝั่งทวีปเอเชียมากนัก และที่ได้รับแชมป์โลกก็ยังไม่มีชื่อชาวเอเชียเช่นกัน

ทางผู้จัดรายการ One Championship ได้เล็งเห็นถึงความสามารถของชาวเอเชียและไม่อยากให้ถูกจำกัดจึงเปิดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถ ซึ่งเรียกได้ว่าผู้ชมเองก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดีทีเดียว อีกทั้งยังมีความเชื่อมั่นในหัวใจนักสู้ชาวเอเชียอย่างเต็มร้อยว่าสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้ไม่แพ้ชาติใดเช่นกัน