จุดกำเนิดกีฬาเก่าแก่ “มวยปล้ำ” ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ใช่แค่การแสดง

ปัจจุบันนี้กีฬามวยปล้ำถูกพัฒนามาไกลจากยุคแรกเริ่มมากแล้ว หลาย ๆ คนคงรู้จักมวยปล้ำกันเป็นอย่างดีเพราะอาจจะเคยดูผ่านทางโทรทัศน์หรือเคยเห็นในหนังสือ ภาพที่เห็นคือการแข่งขันมวยปล้ำที่มีเวทีสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ อยู่ตรงกลางคล้ายกับสนามมวยและมีการเปิดตัวนักมวยปล้ำด้วยเสียงเพลงสุดอลังการ คนไทยเราส่วนใหญ่มักเข้าใจกีฬามวยปล้ำในรูปแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วทั้งหมดนั้นคือการแสดงโดยใช้ความสามารถของวิชามวยปล้ำเช่น รูปแบบในการต่อสู้ ท่าทางการเคลื่อนไหว เพื่อให้ความบันเทิง มีการสร้างบทบาท มีเนื้อเรื่อง และการกำหนดผลแพ้ชนะไว้ก่อนแล้ว เดิมทีรูปแบบของกีฬามวยปล้ำนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเพราะกีฬามวยปล้ำนั้นเป็นศาสตร์ที่สามารถใช้ป้องกันตัวและใช้ต่อสู้ได้จริง ๆ

กีฬามวยปล้ำนั้นมีมาอย่างยาวนานและถือว่าเป็นกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่รู้จักประดิษฐ์อาวุธต่าง ๆ ขึ้นมาใช้นั้น ก็มีการฝึกฝนมวยปล้ำเพื่อใช้ป้องกันตัวและต่อสู้กับพวกสัตว์ป่าเวลาออกไปล่าสัตว์ หรือใช้ต่อสู้กับมนุษย์ด้วยกันเอง ต่อมาเมื่อมนุษย์รู้จักการใช้ประโยชน์จากไฟ การทำเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ การประดิษฐ์อาวุธและเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นมา มวยปล้ำก็ได้เปลี่ยนบทบาทกลายมาเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง เป็นการตัดสินและค้นหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้ชายจะมาแข่งมวยปล้ำกันเพื่อทดสอบความแข็งแรงเพื่อที่จะตัดสินว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าหรือในกลุ่มนั้น ๆ เป็นกระบวนการในการคัดเลือกหัวหน้าเผ่าของมนุษย์ยุคโบราณ ต้นกำเนิดที่แท้จริงของกีฬามวยปล้ำนั้นไม่ได้มีการบันทึกไว้แน่ชัดว่าชนชาติใดริเริ่มขึ้นมาเป็นชนชาติแรก บ้างก็อ้างว่ากีฬามวยปล้ำกำเนิดในอารยธรรมยุคเมโสโปเตเมียโดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพแกะสลักรูปมวยปล้ำมากมายในท่วงท่าต่าง ๆ ที่ผนังของวิหารและสุสาน Beni Hassan ในประเทศอียิปต์ และรูปมวยปล้ำในวิหาร Kyafaje ใกล้กับเมืองแบกแดดประเทศอิรัก ในทวีปเอเชียเราก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงว่าชาวมองโกเลียและจีนเป็นชนชาติแรกที่มีการเล่นมวยปล้ำโดยเล่นมาอย่างน้อย ๆ ราว 5,000 ปี มีประวัติศาสตร์มากมายเกี่ยวกับกีฬามวยปล้ำและการจัดการแข่งขันต่าง ๆ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในปี ค.ศ. 1896 โลกของเราได้มีมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโอลิมปิก และแน่นอนว่ากีฬามวยปล้ำย่อมเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่จัดการแข่งขันในโอลิมปิกและมีการแข่งมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

การเดินทางของกีฬามวยปล้ำนั้นยาวนานหลายพันปี ผ่านเรื่องราวหลายยุคหลายสมัยและไม่รู้จุดกำเนิดที่แน่ชัดของตัวเอง ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเริ่มต้นมาจากจุดไหน จากใคร แต่ที่รู้คือทุกวันนี้ยังมีกีฬามวยปล้ำอยู่บนโลก เพราะฉะนั้นแล้วมันไม่สำคัญว่าต้นกำเนิดของกีฬามวยปล้ำนั้นจะอยู่ตรงไหนของโลกแต่มันสำคัญที่กีฬามวยปล้ำมีมาตั้งแต่สมัยที่มนุษย์ยังไม่มีอารยธรรม ยังเป็นชนเผ่าเร่ร่อน และยังคงมีกีฬามวยปล้ำมาจนถึงปัจจุบันนี้

มือ – เท้า – สติปัญญา รวมกันเป็น TAEKWONDO

ถ้าตั้งคำถามว่าศิลปะการต่อสู้ที่มีเทคนิคการใช้เท้าได้ดีที่สุดคืออะไร คำตอบอันดับแรก ๆ ของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ก็คือ “เทควันโด” อย่างไม่มีข้อสงสัย เทควันโดเป็นศิลปะการต่อสู้ที่หลาย ๆ คนรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีและได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก ในประเทศไทยเราเองหลายคนก็มักจะเห็นโรงเรียนสอนเทควันโดอยู่มากมายหรือเด็ก ๆ นักเรียนที่ใส่ชุดเทควันโดและมีสายรัดเอวในสีต่าง ๆ เทควันโดสามารถฝึกฝนเรียนรู้ได้สำหรับคนทุกเพศทุกวัยและสามารถฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นอาชีพไปแข่งขันเป็นกีฬา สามารถสร้างรายได้ สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองหรือประเทศชาติได้ ประเทศไทยเราเองก็มีนักกีฬาเทควันโดอยู่มากมายหลายคน ไปแข่งขันในระดับประเทศ ระดับโลก และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศก็หลายคน

เทควันโดเป็นศิลปะการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธของประเทศเกาหลีที่มีประสิทธิภาพและนิยมนำมาจัดการแข่งขันมากที่สุดอย่างหนึ่ง คำว่า เท(ในภาษาเกาหลี) แปลว่า เท้าหรือการโจมตีด้วยเท้าเช่น การเตะ การถีบ เป็นต้น คำว่า ควัน(ในภาษาเกาหลี) แปลว่า มือหรือการโจมตีด้วยมือเช่น การชก การตบ เป็นต้น คำว่า โด(ในภาษาเกาหลี) แปลว่า สติปัญญา ทั้งสามคำรวมกันเป็น เทควันโด ซึ่งมีความหมายแปลว่า การใช้มือใช้เท้าในการต่อสู้ด้วยสติปัญญา จุดเริ่มต้นของเทควันโดนั้นเริ่มหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ในช่วงปี ค.ศ. 1910 – 1945 นั้นประเทศเกาหลีถูกรุกรานและยึดครองจากประเทศญี่ปุ่น โดยวิชาเทควันโดนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาจากพื้นฐานของวิชาคาราเต้ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ของประเทศญี่ปุ่นเอามาผสมผสานกับศิลปะการต่อสู้ของประเทศเกาหลีเช่น Taekyon  Subak จึงทำให้เกิดศิลปะการต่อสู้แขนงใหม่ขึ้นมาก็คือเทควันโดนั่นเอง ด้วยการผสมผสานศิลปะการต่อสู้เข้าด้วยกันอย่างลงตัวจึงทำให้เทควันโดกลายมาเป็นศิลปะการต่อสู้ที่แตกต่างออกไปและมีท่วงท่าลีลาที่สวยงาม แต่ถึงแม้ว่าเทควันโดจะถูกพัฒนามาจากคาราเต้แต่ก็มีรูปแบบการต่อสู้ ลักษณะการออกอาวุธ การยืน การขยับและเคลื่อนไหว จุดเด่นที่แตกต่างจากคาราเต้อย่างชัดเจน เทควันโดนั้นมุ่งเน้นการใช้เท้าเป็นหลัก จะสังเกตได้ว่าในการแข่งขันเทควันโดการที่นักกีฬาจะทำแต้มทำคะแนนนั้นส่วนใหญ่มาจากการใช้เท้าโจมตีคู่ต่อสู้มากกว่าที่จะทำคะแนนโดยการใช้มือโจมตี เพราะความแตกต่าง ความแปลกใหม่ ของศิลปะการต่อสู้แขนงนี้จึงทำให้ชื่อของ เทควันโด เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

กีฬาเทควันโดนั้นเป็นศิลปะการต่อสู้อีกแขนงหนึ่งที่ยอดนิยมมาก ๆ และได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งโลก เทควันโดได้เข้าไปรวมอยู่ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโอลิมปิก ด้วยแรงสนับสนุนจากรัฐบาลของประเทศเกาหลีใต้ที่ผลักดันให้กีฬาเทควันโดได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโอลิมปิกและยังมีการจัดแข่งขันเพื่อหาสุดยอดนักเทควันโดตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

จากจิ๊กโก๋เกรียนไอริชสู้ตำนานแห่งวงการนักสู้ MMA

เชื่อว่าวันนี้หลายคนคงรู้จักเขากันแล้ว แม้ไม่ใช่แฟนหมัดมวยประเภท MMA ก็ตาม กับนักสู้ที่มีฉายาว่า เกรียนไอริช อย่าง Conor McGregor ที่เข้าได้สร้างประวัตศาสตร์และตำนานบทใหม่ให้กับวงการศิลปะการต่อสู้และ MMA โดยการข้ามสังเวียนกรง 8 เหลี่ยมไปชกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ แชมป์โลกมวยสากลที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล จึงเป็นการสร้างปรากฏการณ์ที่แบบจะไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกสังเวียนนักสู้ แม้ศึกนั้นเขาจะพ่ายไป แต่เขาก็ได้ใจคนดูทั่วโลกไปครอง เพราะสิ่งที่เขาทำได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ได้มีดีแค่คำพูด

จิ๊กโก๋ที่พลิกตัวเองด้วยศาสตร์แห่งต่อสู้

แม้ปัจจุบัน Conor McGregor จะยังไม่ลาวงการและยังมีสัญญาอยู่กับทาง UFC แต่ก็มีข่าวแว่ว ๆ ว่าอีกไม่นานเขาอาจจะลาสังเวียน เพราะเต็มอิ่มกับอาชีพนี้แล้ว และตอนนี้ถึงยังไง UFC ก็ยกให้เขาเป็นตำนานของวงการอีกคนไปแล้วด้วย แต่ก่อนที่ Conor McGregor จะมาถึงจุดที่สร้างชื่อให้โลกจดจำและสร้างรายได้มหาศาลในอาชีพหมัดมวยนี้ เขาก็แค่จิ๊กโก๋ในบาร์ธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ชีวิตค่อนข้างจะไร้ค่าเลยด้วยซ้ำ สมัยเด็กก่อนที่เขาจะมาค้นพบศาสตร์การต่อสู้ เขาก็คือเด็กหนุ่มที่หลงใหลฟุตบอลเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป พอช่วงอายุ 12 ก็เริ่มสนใจการต่อสู้ แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างก้าวร้าวเกเร ยังไม่ทันจะได้เรียนรู้วิชาอะไรก็ ต่อยตีกับเด็กคน ๆ อื่น  ๆไปทั่ว แม้กระทั่งเด็กที่โตกว่า เขาจึงคิดว่าตัวเองน่าจะไม่เรียนรู้หมัดมวยเพื่อเสริมทักษะต่อยตีให้กับตนเอง จึงได้ไปฝึก Kick Boxing และมวยสากล เส้นทางการเป็นนักสู้เริ่มจากตรงนั้น เขาเริ่มขึ้นชกมวยสากล และก็มีผู้ใหญ่เห็นแววมาเรื่อย ๆ เพราะเขาชกได้ดีถึงขั้นได้แชมป์ All-Ireland boxing Champion ในระดับเยาวชนมาเลยทีเดียว นั่นเป็นจุดส่งต่อทำให้เขามาพบกับ Tom Egan ผู้เปลี่ยนแปลงเขาให้กลายเป็นนักสู้ MMA โดยได้หาโค้ชศาสตร์การต่อสู้หลาย ๆ ด้านมาฝึกเขาทั้ง มวยปล้ำ คาโปเอล่า BJJ เทควันโด นั่นจึงทำให้เขาก้าวขึ้นสังเวียน MMA อย่างมั่นใจและค่อย ๆ ไต่บัลลังก์แชมป์มาเรื่อย ๆ

เส้นทางแชมป์ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

Conor McGregor แม้จะเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ แต่บนสังเวียนเลือกไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับนักสู้มากฝีมือมากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ มีหลายครั้งที่เขาตั้งคำถามหาความคุ้มค่ากับการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพื่อเงินเพียงเล็กน้อย จนทำให้อยากเลิกอาชีพนี้แต่ก็ได้กำลังใจจากภรรยาทำให้เขาฟันฝ่าวันนั้นมาได้ Conor McGregor ไต่อันดับจากนักสู้ค่าตัวธรรมดามาเรื่อย ๆ จนถึงกลายเป็นแชมป์โลก MMA และนักสู้ที่ได้ค่าตัวแพงที่สุดของวงการไปแล้ว ทุกครั้งที่เขาขึ้นต่อย อัตราต่อรองในคาสิโนที่รับพนันกีฬาจะคึกคักมากและมีเงินสะพัดทุกครั้ง แม้กระทั่งเว็บไซต์รับพนันทั้งฝั่งเอเชียที่เปิดรับพนันกีฬา MMA อย่าง VWIN ก็มีคนให้ความสนใจเข้ามาวางเดิมพันกันมากมายเช่นกัน ชายผู้นี้จึงไม่ได้แลกความสำเร็จมาเพราะความกร่างที่แสดงออกทางบุคลิกของเขาหรือโชคช่วยแต่อย่างใด แต่เขาพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นจากฝีมือของเขาล้วน ๆ จริง ๆ

Conor McGregor จึงเหมาะสมแล้วกับตำนานอีกบทหนึ่งของนักสู้ MMA แม้เขาจะแพ้แต่เขาไม่เคยถอดใจ เขากล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้ง ตราบที่ยังมีลมหายใจก็ยังมียกต่อไปสำหรับชีวิตเสมอ

แม่ไม้มวยไทยกับการประยุกต์ใช้ในกีฬา MMA

กีฬา MMA คือการผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลาย ๆ แขนงเข้าไว้ด้วยกัน แน่นอนว่าศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ มีนักกีฬา MMA มากมายฝึกฝนและเรียนรู้การเตะการต่อยในแบบฉบับแม่ไม้มวยไทย ฝึกฝนการต่อสู้วงใน การใช้ศอก-เข่าในแบบฉบับแม่ไม้มวยไทย หรือการป้องกันตัว การยืนมวย และอื่น ๆ อีกมากมายในแบบฉบับแม่ไม้มวยไทย นักกีฬา MMA บางคนยอมบินมาฝึกฝนเรียนรู้จากครูมวยชื่อดังถึงประเทศไทยเราก็มีไม่น้อย ลงทุนจ้างครูมวยจากไทยให้ไปสอนที่ต่างประเทศก็มากเช่นกัน บ้างก็ยืนมวยในแบบฉบับมวยไทย บ้างก็กอดรัดคลุกวงในแบบมวยไทย ใช้ศอกใช้เข่าในแบบมวยไทยก็มีให้เห็นกันมาก

ทำไมนักกีฬา MMA ส่วนใหญ่ต้องฝึกมวยไทย

มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่และมีมาอย่างช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นศิลปะการต่อสู้ที่โดดเด่นทางด้านเทคนิค การใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนเป็นอาวุธในการต่อสู้เช่น มือ ศอก เท้า เข่า ฯลฯ มีการป้องกันตัวที่ชาญฉลาดและเทคนิคการต่อสู้วงในที่หาวิธีป้องกันได้ยาก การยืนของมวยไทยคือการยืนที่มั่นคง เข้มแข็ง สง่า และน่าเกรงขาม เปรียบเหมือนป้อมปราการที่พร้อมจะตอบโต้เมื่อโดนโจมตี มวยไทยจะเน้นการป้องกันตัวและตอบโต้มากกว่าจะโจมตี ศิลปะการต่อสู้ในลักษณะนี้จึงเหมาะกับการต่อสู้ในรูปแบบของ MMA เพราะกีฬา MMA จำเป็นมากที่จะต้องป้องกันตัวจากการโจมตีที่หลากหลายจากคู่ต่อสู้ จำเป็นที่จะต้องตั้งรับดูเชิงของคู่ต่อสู้เพื่อที่จะหาโอกาสตอบโต้ และเทคนิคในการเอาตัวรอดหรือการเปลี่ยนจากรับให้เป็นรุกของมวยไทยก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในกีฬา MMA ยกตัวอย่างเช่น จากที่โดนคู่ต่อสู้ไล่ต่อยจนเกือบจะแพ้แต่ถ้าเปลี่ยนเกมเข้าไปกอดคู่ต่อสู้และใช้เทคนิคการคลุกวงในและการตีเข่าแบบมวยไทยก็สามารถกลับมาเป็นฝ่ายโจมตีได้ หรือการถีบขาสกัดเพื่อทำลายจังหวะก็อาจทำให้คู่ต่อสู้เสียจังหวะและเราอาจมีโอกาสโจมตี เป็นต้น และที่สำคัญคือการออกอาวุธที่อันตรายและน่ากลัวของมวยไทยกระบวนท่าต่าง ๆ ในแม่ไม้มวยไทยที่ขยับร่างกายเพียงไม่กี่ส่วนแต่สามารถทำให้คู่ต่อสู้เสียจังหวะ เสียท่าไปเลยก็ได้ ทั้งหมดนี้ล้วนสำคัญสำหรับการต่อสู้ในกีฬา MMA อยู่ที่ว่านักกีฬาจะนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบไหนให้เหมาะสมกับพื้นที่และกติกาของกรงเหล็ก

สำหรับนักกีฬา MMA หรือคนที่อยู่ในวงการศิลปะการต่อสู้มีน้อยคนนักที่ไม่รู้จักมวยไทย ส่วนใหญ่จะต้องเคยได้ยิน เคยเห็นกันมาทั้งนั้น และก็มีนักกีฬา MMA ชื่อดังหลายคนที่นำเอามวยไทยไปประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ของตนเองจนประสบความสำเร็จเช่น Anderson Silva , Jon Jones , Jose Aldo และอีกหลาย ๆ คน แต่ไม่ใช่ว่าศิลปะการต่อสู้แขนงอื่นจะไม่มีความสำคัญหรือนำมาประยุกต์ใช้ไม่ได้ คนที่นำมวยปล้ำมาประยุกต์ใช้แล้วประสบความสำเร็จก็เยอะแยะ คนที่นำมวยสากลมาประยุกต์ใช้ก็มากมาย แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความเข้าใจในตนเองว่าเราเหมาะสมกับแบบไหน จะนำมาใช้ยังไง ตอนไหน สถานการณ์ไหนถึงจะเหมาะสมมากกว่า

ตำนานที่ยังหายใจ “ ANDERSON THE SPIDER SILVA ”

ในวงการกีฬาที่เกี่ยวกับการต่อสู้การที่จะขึ้นมาเป็นแชมป์หรือเป็นอันดับหนึ่งนั้นยากแสนยาก ต้องผ่านเส้นทางอันแสนลำบากกว่าจะก้าวขึ้นมาได้ และพอก้าวขึ้นมาได้แล้วยังต้องป้องกันหรือรักษามันไว้ให้ได้อีกซึ่งยากลำบากว่าเป็นสองเท่า ดังคำกล่าวที่ว่า “การจะเป็นแชมป์นั้นว่ายากแล้ว แต่การจะรักษาแชมป์นั้นยากกว่า ” ยิ่งในวงการ MMA นั้นแชมป์ถือว่าเปลี่ยนมือบ่อยมาก บางคนต้องต่อสู้มาอย่างยากลำบากจนสามารถคว้าแชมป์มาครองไว้ได้แต่ก็ต้องเสียแชมป์ไปในการป้องกันแชมป์ครั้งแรกเท่านั้น แต่มีชายผู้หนึ่งที่สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้อย่างยาวนานและสามารถทำลายสถิติต่าง ๆ นานาใน UFC ได้ ก็คือไอ้แมงมุมจากบราซิลที่ไม่ว่าจะเจอใครหน้าไหนก็สามารถเอาชนะได้หมด

จะมีนักกีฬา MMA สักกี่คนบนโลกที่จะป้องกันรักษาเข็มขัดแชมป์ไว้ได้อย่างยาวนานเท่าเขาคนนี้ “ Anderson Silva ” เขาเกิดที่เมือง Sao Paulo ในประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1975 เขาชื่นชอบและหลงรักศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่วัยเด็ก เคยเรียนและฝึกฝนมวยไทยจนลงแข่งขันที่ประเทศบราซิล เรียน Brazilian Jiu-Jitsu จนได้สายดำ และเรียนเทควันโดจนได้สายดำเช่นกัน ถือว่าเป็นนักกีฬา MMA ที่มีความสามารถหลากหลาย ไอ้แมงมุมมืดจากบราซิลผู้นี้เข้าโจมตีคู่ต่อสู้อย่างไร้ปราณีด้วยเทคนิคที่สุดแสนจะแพรวพราว และท่าโจมตีในแบบฉบับมวยไทยอย่างจระเข้ฟาดหางหรือจะเป็นท่าหมุนตัวเตะในแบบฉบับเทควันโด ไม่ว่าจะเป็นความเหนียวหนึบอย่างแมงมุมเมื่อได้ขึ้นคร่อมคู่ต่อสู้หรือการนอนสู้ในแบบฉบับ Brazilian Jiu-Jitsu ก็ตาม ในปี ค.ศ. 2006 เขาสามารถคว้าเข็มขัดแชมป์รุ่น Middleweight มาครองได้และทำสถิติที่ยากจะมีคนมาทำลายด้วยการครองแชมป์ยาวนานถึง 2,457 วัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 – 2013 และยังพ่วงสถิติชนะติดต่อกัน 16 ไฟต์รวด ในตอนนั้นไม่ว่าใครหน้าไหนถ้าต้องมาเจอกับ Anderson ก็ต้องแพ้พ่ายไปตาม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีฝีมือสุดยอดในการยืนสู้อย่าง Rich Franklin หรือจะเป็นเจ้าพ่อท่านอนอย่าง Forrest Griffin ก็ยอมศิโรราบให้ไอ้แมงมุมผู้นี้ ทั้งหมดที่เขาทำมันถือว่าเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับนักกีฬา MMA คนหนึ่งจะทำได้ เขาคือสุดยอดนักสู้ในกรงเหล็กอย่างแท้จริง คือตำนานอีกบทหนึ่งของวงการศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน

ตั้งแต่ที่ Anderson Silva เสียเข็มขัดแชมป์ให้กับ Chris Weidman ฟอร์มการต่อสู้และพละกำลังความแข็งแกร่งก็หดหายไปมาก อาจจะเพราะอายุที่แก่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความเร็ว ไหวพริบ หรือสภาพร่างกายแย่ลงไปด้วย ก็มีชนะบ้างแพ้บ้างไม่ได้หวือหวาเหมือนสมัยที่เขาเป็นแชมป์ แต่ด้วยความรักในกีฬาชนิดนี้ Anderson ยังคงต่อสู้ในศึกของ UFC อยู่ในขณะนี้ เขาได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้นักสู้รุ่นใหม่มากมาย เป็นครูเป็นอาจารย์ที่คนในวงการเคารพนับถือ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กีฬา MMA เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สังเวียน MMA แห่งเอเชีย ONE CHAMPIONSHIP

ถ้ากล่าวถึง MMA ในภูมิภาคเอเชียเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านี้ก็คงจะไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ถ้าเปรียบเทียบกับทวีปทางตะวันตกอย่าง อเมริกา และ ยุโรป แต่ทุกวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะปัจจุบันนี้กีฬา MMA ได้รับความนิยมมากในทวีปเอเชียและประเทศไทยเราเอง ด้วยพื้นฐานของทวีปเอเชียที่มีนักสู้หรือนักกีฬาต่อสู้มากมายหลายแขนงอย่างเช่น นักมวยไทย นักเทควันโด นักคาราเต้ เป็นต้น เมื่อมีการจัดการแข่งขัน MMA ขึ้นในทวีปเอเชียก็แน่นอนว่าย่อมมีนักสู้มากมายให้ความสนใจไม่น้อย

One Championship คือสมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ เริ่มก่อตั้งและเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ถือได้ว่าเป็นสมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดแล้วในทวีปเอเชีย ในสมัยแรก ๆ ที่เริ่มเปิดตัวและจัดการแข่งขัน One Championship เป็นเพียงแค่ม้านอกสายตาไม่มีใครให้ความสนใจ ไม่มีคนรู้จัก เพราะคนในวงการศิลปะการต่อสู้เอเชียให้ความสนใจกับการแข่งขัน มวยไทย , Kick Boxing , K-1 มากกว่า เนื่องจากมีการจัดการแข่งขันกันมานานนับสิบปีและมีซุปเปอร์สตาร์ในวงการต่อสู้มากมาย ในตอนนั้น One Championship จึงเป็นแค่สมาคมเล็ก ๆ ที่มีนักสู้เพียงไม่กี่รุ่นและคนดูแค่ไม่กี่คน แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเนื่องด้วยความนิยมของกีฬา MMA แพร่ขยายไปทั่วโลกและ One Championship เองก็ได้ปลุกปั้นสร้างนักสู้เก่ง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ben Askren อดีตแชมป์โลกในรุ่น Welterweight ที่ตอนนี้ย้ายไปสู้ให้กับ UFC แล้ว หรือว่าจะเป็น Martin Nguyen แชมป์โลกลูกครึ่ง เวียดนาม – ออสเตรเลีย และอดีตแชมป์ชาวไทยอย่าง ครูรงค์ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค ที่สามารถคว้าแชมป์โลกมาอยู่ในประเทศไทยได้เป็นคนแรก ทำให้กระแสของกีฬา MMA เป็นที่นิยมและพูดถึงกันมากในประเทศไทยและต่อมาได้มีนักสู้ชาวไทยอีกมายฝึกฝนและเรียนรู้กีฬาชนิดนี้เพื่อจะเข้าไปต่อสู้และคว้าแชมป์มาให้ได้ ทำให้ One Championship กลายเป็นสมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ได้รับความนิยมและยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย มีการเพิ่มรุ่นการแข่งขันขึ้นมาอีกมากมาย มีการออกไปจัดการแข่งขันในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชียและมาจัดการแข่งขันในประเทศไทยอยู่หลายครั้ง ฐานคนดูหรือแฟน ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และปัจจุบัน One Championship ไม่มีแค่นักสู้หรือคนดูจากทวีปเอเชียเพียงอย่างเดียว มีนักสู้และแฟน ๆ จากทวีปอื่นมากมายที่สนใจและต้องการมาต่อสู้ในศึกนี้

 ศึก One Championship ได้กลายมาเป็นสังเวียนอันดับหนึ่งของนักสู้ในทวีปเอเชีย การเปิดกว้างของวงการกีฬา MMA ที่ไม่ได้จัดการแข่งขันแค่ในทวีป อเมริกา หรือ ยุโรป อีกต่อไป เพราะมันได้แสดงให้เห็นแล้วว่านักสู้เอเชียรูปร่างเล็ก ๆ ก็สามารถต่อสู้ในกรงเหล็กได้เหมือนกัน ที่สำคัญ One Championship ยังช่วยเปิดโอกาสให้กับนักสู้ชาวไทยหรือประเทศอื่น ๆ ที่ด้อยโอกาสในการแสดงความสามารถที่ตนเองมี ได้แสดงถึงศักยภาพที่แท้จริงของคนเอเชียเราให้ทั้งโลกได้เห็น

MMA เริ่มต้นมาจากตรงไหนและเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ในสังคมของโลกยุคปัจจุบันกระแสของการกีฬาและการแข่งขันนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร มีกีฬาชนิดใหม่เกิดขึ้นมาไม่น้อยและจางหายไปก็มากเช่นกัน กีฬา Mixed Martial Art เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ถือว่าแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในยุคปัจจุบัน เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก สังเกตได้จากจำนวนผู้ชมนับหมื่นคนที่เข้ามาชมการแข่งขันในแต่ละศึก ค่าลิขสิทธิ์มหาศาลในการนำไปถ่ายทอดสด ค่าเหนื่อยของนักกีฬาในการต่อสู้แต่ละครั้ง และจำนวนการแชร์คลิปวิดีโอหรือรูปภาพในสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เป็นต้น หลายคนอาจคิดว่ากีฬา MMA เพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาไม่นานก่อนหน้านี้เพราะว่าพึ่งจะรู้จักและได้รับความนิยมในยุคสมัยนี้ แต่จริง ๆ แล้วการต่อสู้โดยใช้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมีมานานนับพันปีเลยก็ว่าได้

ในยุคสมัยกรีกโรมันได้มีการจัดแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสานด้วยมือเปล่าอย่างเป็นทางการขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อราว ๆ 600 ปีก่อนคริสตกาลโดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เหล่านักสู้ Gladiator ที่หลายคนคงคุ้นหูและเคยได้ยินได้รู้จักกันมาบ้างแล้ว เหล่านักสู้เหล่านั้นได้นำการต่อสู้แบบผสมผสานด้วยมือเปล่าเข้าไปสู้ในสนามต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยนั้นอย่าง Colosseum และเรียกชื่อการต่อสู้นั้นว่า Greek Pankration นั่นถือเป็นจุดกำเนิดของการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสานบนโลกใบนี้ ต่อมาศิลปะการต่อสู้ได้พัฒนาและแตกแขนงออกมามากมายเช่น มวยสากล มวยปล้ำ ยูโด คาราเต้ มวยไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยการต่อสู้แต่ละแขนงก็มีกฎและกติกาที่แตกต่างกันออกไปทำให้ศิลปะการต่อสู้แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง นักกีฬามวยสากลจะมาแข่งขันต่อสู้กับนักกีฬามวยไทยไม่ได้เพราะกฎและกติกาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งและการฝึกฝนของนักกีฬาที่แตกต่างกันออกไป แต่ในช่วงยุค 90s หรือราว ๆ ปี ค.ศ. 1990-2000 ได้มีการคิดริเริ่มการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานขึ้นมาอีกครั้งโดยให้ชื่อเรียกว่า MMA หรือ Mixed Martial Art อย่างที่เราเรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ มันคือการรวมเอาศิลปะการต่อสู้เกือบทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกในขณะนั้นเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการเตะ การต่อย กอดรัดฟัดเหวี่ยง หรือการทำให้ยอมแพ้ ในปี ค.ศ. 1993 ได้มีการจัดการแข่งขัน MMA ขึ้นและถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า Ultimate Fighting Championship หรือ UFC ที่เรารู้จักกัน ครั้งนั้นถือว่าเป็นการกำเนิดสมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานขึ้นอย่างเป็นทางการและถ่ายทอดกีฬาชนิดนี้ออกไปในวงกว้างมากขึ้น

ในอดีตยุคสมัยที่กีฬา MMA เพิ่งเริ่มต้น กีฬาชนิดนี้ไม่ได้รับความนิยมและการยอมรับมากเท่าไหร่เนื่องจากผู้คนทั่วไปมองว่าเป็นกีฬาที่ป่าเถื่อน รุนแรง และอันตราย อาจเป็นเพราะกฎกติกาที่ไม่มีอะไรมากนัก แต่ปัจจุบันนี้กีฬา MMA ปรับเปลี่ยนกฎและกติกาให้เหมาะสมและจำกัดท่าโจมตีที่เป็นอันตรายต่อนักกีฬา มีกรรมการที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นพิเศษ มีทีมแพทย์และการปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในวงการกีฬาในสังคมปัจจุบันมากขึ้นจนได้รับการยอมรับและความนิยมมากมายอย่างเช่นทุกวันนี้