รีดน้ำหนักกระชับรูปร่างด้วยการเล่นกีฬา MMA

การลดน้ำหนักที่ใครต่อใครก็คิดว่าทำได้ยาก จึงมักท้อเสียก่อนแล้วในที่สุดก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้อย่างที่หวัง จึงทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น แต่ถ้าใครที่มีความพยายามและเอาจริงเอาจังก็จะสามารถบรรลุผลตามต้องการได้อย่างแน่นอน อีกหนึ่งวิธีการที่น่าเลือกก็คือ การเลือกเล่นกีฬา MMA เพื่อเป็นตัวช่วยในการรีดเหงื่อและรีดน้ำหนัก สามารถเลือกเป็นแนวทางในการกระชับรูปร่างได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังให้ความสนุกสนานและความท้าทายได้ไม่น้อย เนื่องจากโปรแกรมการฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ร่างกายทุกส่วนถูกใช้งานอย่างเหมาะสม กล้ามเนื้อกระชับ ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างเช่น ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อปอดและหัวใจแข็งแรง ร่างกายก็ห่างไกลจากโรคอีกด้วย เพราะกีฬา MMA เป็นการผสมผสานกีฬาการต่อสู้หลายชนิด การออกอาวุธจึงหลากหลายทั้ง มือ แขน ขา ลำตัวและเท้า ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน

3 วิธีดี ๆ ในการลดน้ำหนักให้ได้ผลมากที่สุดตามแบบฉบับนักมวย MMA

  1. ความมีวินัยและมีความอดทน เพื่อการออกกำลังกายทุกชนิดจะต้องมีความสม่ำเสมอจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นเวลาอย่างน้อย 45 นาที – 1 ชั่วโมงต่อวันและไม่น้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มขีดจำกัดให้กับการฝึกซ้อมของตนเองเพื่อให้ร่างกายสามารถนำพลังงานมาใช้ในการเผาผลาญได้สูงขึ้น เมื่อสามารถผ่านบททดสอบที่ยากและเข้มงวดมาได้ระดับหนึ่งแล้วอาจจะยังค้นพบศักยภาพในตัวเองได้อีกจนสามารถขึ้นเวทีเป็นนักกีฬาเต็มรูปแบบได้ในอนาคต
  2. สิ่งสำคัญที่นักกีฬาต้องทำไปพร้อม ๆ กับการฝึกซ้อมก็คือ การควบคุมอาหาร โดยเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนได้พัฒนาอย่างเต็มที่ แล้วยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะไม่เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินอย่างแน่นอน เนื่องจากร่างกายนำไปใช้ตามสัดส่วนที่เหมาะสมทุกวัน
  3. การพักผ่อนอย่างเพียงพอหลังจากการฝึกซ้อม ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยการจัดตารางให้มีความลงตัว ถ้าหากได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอาจจะอ่อนล้า ทำให้ไม่มีทั้งกำลังกายและกำลังใจในการฝึกซ้อมสำหรับวันต่อไป เพราะการฝึกซ้อมมวย MMA ใช้พลังงานค่อนข้างมาก ร่างกายจะต้องมีความสมดุลเพื่อความฟิตแอนด์เฟิร์มได้ทุก ๆ วัน

เล่นกีฬา MMA ให้มากกว่าการลดน้ำหนัก ยังสร้างภูมิคุ้มกันได้สารพัดโรค

การเลือกเล่นกีฬา MMA ที่ว่าสามารถรีดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีประโยชน์ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายได้ดีอีกด้วย โดยคนทั่วไปที่ไม่ออกกำลังกายมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดสูง เมื่อระบบหัวใจและหลอดเลือดเริ่มทำงานไม่ปกติย่อมส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมประสิทธิภาพตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นปอด ตับ ไต กระเพาะอาหาร ลำไส้และอื่น ๆ แม้แต่ท่านที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็สามารถเลือกเล่นได้ โดยฝึกซ้อมในระดับที่เหมาะสม ไม่ควรหักโหมมากจนเกินไป หรืออยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญและแพทย์  และที่สำคัญยังทำให้อารมณ์สดชื่นแจ่มใสมากกว่าตอนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เพราะหุ่นดีกระชับขึ้น คล่องตัวในทุกกิจกรรม ดังนั้นการฝึกซ้อมเป็นประจำจึงให้มากกว่าการลดน้ำหนักอย่างแน่นอน

อาหารดีมีประโยชน์ที่นักกีฬา MMA ควรเลือก

เรื่องอาหารการกินนั้นมีความสำคัญต่อนักกีฬาไม่น้อยไปกว่าชั่วโมงของการฝึกซ้อม เพื่อการเตรียมพร้อมของร่างกายและจิตใจที่มีคุณภาพทุกเวลา การเลือกรับประทานอาหารให้ถูกหลักจะสามารถเพิ่มสมรรถภาพของการฝึกซ้อมและการแข่งขันได้ดีกว่า ตัวนักกีฬา MMA กีฬาที่มีการผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลายชนิดนั้นควรจะเพิ่มเติมความรู้ทางโภชนาการให้กับตัวเอง เพราะถ้าหากว่านักกีฬาได้รับสารอาหารไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย

อาหารดีมีประโยชน์ที่นักกีฬา MMA ควรเลือก คืออาหารที่ให้พลังงานอย่างเพียงพอในการสร้างความพร้อมสำหรับการฝึกซ้อม นั่นคือกลุ่มสารอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน เนื่องจากพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของนักกีฬาเพื่อการเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ กระฉับกระเฉง ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่าย กล้ามเนื้อสามารถพัฒนาได้ดี ปอดและหัวใจแข็งแรง แต่สารอาหารในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ก็ควรได้รับในปริมาณที่พอเหมาะเช่นกันเพื่อเสริมสร้างการสร้างพลังงาน ช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงและลำเลียงออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักกีฬา MMA ควรเลือกอาหารก่อนและหลังการฝึกซ้อมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

สาระน่ารู้ในการเลือกอาหารก่อนการฝึกซ้อมควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง มีอาหารจำพวก ข้าว ขนมปัง เพราะเป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายกายต้องการ จำเป็นต้องได้รับให้เพียงพอกับการฝึกซ้อม MMA เพื่อให้ร่างกายสามารถดึงพลังงานไปใช้ได้และไม่เหลือเก็บสะสม ในส่วนของโปรตีนจะมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยนักกีฬาสามารถหารับประทานได้จากแหล่งโปรตีนที่ดีทั้ง เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลา ไข่ นม เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรได้รับสารอาหารประเภทไขมันในปริมาณพอดี ไม่ให้เกิดการสะสมมากจนเกินไป เพราะนักกีฬาจะต้องมีวินัยในการเลือกรับประทานอาหาร การตามใจตัวเองโดยเลือกอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการจะส่งผลให้มีน้ำหนักตัวไม่ได้มาตรฐาน การฝึกซ้อม หรือการแข่งขันก็จะไม่มีประสิทธิภาพตามไปด้วย ในส่วนของการเลือกอาหารหลังการฝึกซ้อม ควรเป็นสารอาหารจำพวกที่ให้ประมาณน้ำตาลกลูโคส เกลือแร่และวิตามินเพื่อให้ร่างกายนำไปทดแทนส่วนที่ได้สูญเสียไปทางเหงื่อ เช่น น้ำผักผลไม้ ขนมปังโฮลวีต หรือ ซีเรียลที่ผสมธัญพืช เป็นต้น นอกจากนี้ในบางท่านจะเสริมเกลือแร่และวิตามินเพิ่มก็ได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรเลือกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือดื่มน้ำอัดลม เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในร่างกายมากเกินไป แต่ควรเลือกดื่มน้ำเปล่าเพื่อชดเชยเหงื่อที่สูญเสียไป แล้วยังช่วยรักษาความสมดุลของสารอาหารต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่นักกีฬา MMA ต้องใส่ใจและเลือกดื่มอย่างถูกวิธีคือ น้ำ เพราะมีความสำคัญกับระบบย่อยอาหาร ระบบการไหลเวียนเลือดและระบบขับถ่าย น้ำที่ดีที่สุดก็คือ น้ำเปล่า ควรจิบอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติที่ประมาณ 30มล./น้ำหนักตัว 1 กก.

ความพิถีพิถันเรื่องอาหารย่อมสร้างสุดยอดของนักกีฬา MMA ได้แน่นอน

สำหรับนักกีฬา MMA ที่ได้รับความเอาใจใส่ในเรื่องอาหารการกิน เลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงานเพียงพอย่อมมีโอกาสพัฒนาความสามารถและทักษะต่าง ๆ ได้ดีกว่า เพราะร่างกายแข็งแรงและมีความพร้อมให้กับการฝึกซ้อม ไม่เหนื่อยง่าย โปรแกรมการซ้อมแบบหนักหน่วงแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่น่าหนักใจอีกต่อไป ไม่เฉพาะแต่ในฤดูกาลแข่งขันเท่านั้นแต่ต้องมีความต่อเนื่องและมีความสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกาย กล้ามเนื้อได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อาหารที่มีรสจัดควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยง เพราะอาจจะเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็น อาหารรสเผ็ดจัด หรือเค็มจัด จะส่งผลให้ตับและไตทำงานหนักมากเกินไป

กว่าจะได้ขึ้นสังเวียนต่อสู้จริงอย่าง UFC หรือ One Championships ไม่ใช่เรื่องง่าย

นักกีฬาต่อสู้จำนวนมากที่ผันตัวเองจากชนิดกีฬาเดิมที่ตัวเองถนัดเข้ามาสู่โลกแห่งการผสมผสานกีฬาต่อสู้หลากชนิดอย่าง MMA นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยแรงจูงใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่เป็นพลังผลักดันสูงสุดคือความท้าทายที่จะพิชิตความเป็นสุดยอดของกีฬานี้ให้ได้ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าคุณคือสุดยอดนักสู้เหนือเหล่านักสู้ทั้งปวงนั่นเอง ระยะแรกของการฝึกซ้อมเป็นการเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ เรื่องการต่อสู้แต่ละแขนงให้แตกฉาน ระยะนี้ใครเรียนรู้ได้เร็วก็ก้าวสู่ขั้นต่อไปได้เร็ว เมื่อก้าวสู่ขั้นต่อไปเป็นการเรียนรู้เชิงทักษะและเทคนิคต่าง ๆ ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้นักกีฬาจะเริ่มผสานเอาทักษะเดิมที่ตนเคยมีมากับศาสตร์ใหม่ที่ได้เรียนรู้ประยุกต์ให้กลายเป็นสไตล์การต่อสู้ที่เหมาะกับตัวเอง ในขณะที่การฝึกซ้อมลงนวมเก็บประสบการณ์ก็ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงจุดหนึ่งที่โค้ชมองเห็นว่าพร้อมที่จะเริ่มลงแข่งจริงได้จึงจะได้ลงสนามจริง บางคนใช้เวลาแรมเดือน บางคนใช้เวลาหลายปี บางคนก็ถอดใจกันไป เป็นเรื่องธรรมดา

แชมป์ MMA ต้องมีการวางตารางโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างไรบ้าง

เมื่อกำหนดเป้าหมายแน่นอนว่าจะต้องเป็นแชมป์ MMA ให้ได้แล้วก็ต้องวางโปรแกรมการฝึกซ้อมให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด มาดูกันว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาต่อสู้ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์มีการฝึกการอย่างไร

  1. เริ่มวันด้วยการฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย : อาจเป็นการวิ่ง สลับกับการเข้าห้องยิม ซึ่งผลที่ได้ก็จะแตกต่างกันไป การวิ่งใช้พัฒนาระบบการหายใจให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นควบคู่ไปกับการควบคุมน้ำหนัก ส่วนการเข้าห้องยิมเพื่อพัฒนาระบบกล้ามเนื้อซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับนักกีฬา MMA ที่ต้องมีการปะทะกันอยู่ตลอดเวลา โดยมีการเพิ่มความเข้มข้นของโปรแกรมตามศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคน
  2. วอร์ม ยืดกล้ามเนื้อ และฝึกพื้นฐาน : ช่วงนี้จะเป็นการทบทวนทักษะการต่อสู้ทั้งหมดด้วยการวอร์มเบา ๆ แต่ทุกครั้งต้องทำการยืดกล้ามเนื้อให้คลาย ร่างกายพร้อมเสียก่อน ผู้ฝึกจะจินตนาการถึงพื้นฐานของการต่อสู้ทั้งหมดทุกแขนง บางครั้งอาจใช้อุปกรณ์ในโรงยิมอย่างกระสอบ หรือเป้าล่อ เป็นตัวช่วยก็ได้
  3. Sparring : การลงนวมซ้อมจริงกับคู่ซ้อมเป็นการฝึกการใช้ทักษะและการหาระยะ จังหวะที่จะนำเอาเทคนิคเหล่านั้นมาใช้ในสถานการณ์จริง ในการลงนวมนั้นก็มีตั้งแต่แบบพื้นฐาน เพื่อเช็คจังหวะ ไปจนถึงการลงนวมซ้อมเหมือนจริง หรือที่เรียกว่า อุ่นเครื่อง ก็ได้
  4. จบวันด้วยการยืดคลายเส้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทุกครั้ง

การรักษาแชมป์ทำได้ยากยิ่งกว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งแชมป์เสียอีก

แม้โปรแกรมจะดูเหมือนไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่การทำเป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอนั้นสำคัญยิ่งกว่า เมื่อสามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งแชมป์ได้แล้ว สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การรักษาแชมป์นั้นไว้ให้นานที่สุด ซึ่งจากสถิติแล้วน้อยคนนักที่จะสามารถรักษาแชมป์ไว้ได้นาน หลายสมัย เพราะนักกีฬาใหม่ที่มีจำนวนมากขึ้น รวมถึงนักกีฬาเก่าที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ให้ได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากแชมป์ MMA จะเปลี่ยนหน้าไปทุก ๆ ปี

ความสำเร็จของนักมวยไทยบนสังเวียน MMA

ไม่ว่าจะทำอะไร ทุกคนย่อมต้องการความสำเร็จกันทั้งนั้น นี่คือสัจธรรมอย่างหนึ่ง นักกีฬาก็ไม่ต่างกันเพราะความสำเร็จที่ได้มานั้นสามารถนำพาชีวิตของตัวเองรวมถึงคนในครอบครัวได้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะนักกีฬามวยไทย แต่ที่ผ่านมามักจะเป็นความสำเร็จที่สร้างความสุขเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่มีความมั่นคงอย่างแท้จริง นักมวยไทยหลาย ๆ ท่านจึงผันตัวไปประกอบอาชีพอื่น บางท่านจึงผันตัวมาเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานหรือ MMA จากการที่มีพื้นฐานด้านมวยไทยอยู่แล้วจึงสามารถต่อยอดการฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จได้กลายเป็นแชมป์บนสังเวียนนักสู้ MMA

อย่างเช่น เดชดำรง ส.อำนวยศิริโชคและสะเก็ดดาว เพชรพญาไท ทั้งสองท่านเป็นนักชกมากฝีมือตั้งแต่ครั้งที่เคยเป็นนักกีฬามวยไทยจนได้มาคว้าแชมป์ในศึก One Championship เรียกว่าด้วยพื้นฐานการต่อสู้ที่ดี อาศัยความมุ่งมั่นขยันฝึกซ้อมและในที่สุดก็ได้ก้าวขึ้นมาสู่มาตรฐานของคำว่าแชมป์เปี้ยนโลก

ทำไม…มวยไทยจึงเป็นพื้นฐานที่ดีในการก้าวเข้าสู่สังเวียน MMA

  1. มวยไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยท่วงท่าที่สวยงาม ตั้งแต่พิธีไหว้ครูที่ชาวต่างชาติได้เห็นท่ารำแล้วมักจะหลงเสน่ห์ได้อย่างง่ายดายและอยากเข้ามาสัมผัสวิถีอย่างมวยไทย นอกจากท่ารำไหว้ครูแล้วยังมีท่าแม่ไม้มวยไทยที่สามารถจู่โจมได้อย่างรุนแรงเฉียบขาดเช่นกัน
  2. สามารถใช้อวัยวะในการออกอาวุธเพื่อโจมตีคู่ต่อสู้และเพื่อป้องกันตนเองได้ครบทุกส่วนทั้ง หมัด เท้า เข่าและศอก มีพิษสงรอบด้าน ถ้าหากนักกีฬาคนไหนสามารถออกอาวุธและใช้ได้อย่างชำนาญย่อมเป็นที่น่าเกรงขามสำหรับคู่ต่อสู้อย่างมากทีเดียว
  3. สามารถพัฒนาในการควบคุมอารมณ์และจิตใจได้ดี เพราะครูฝึกจะไม้ได้สอนเพียงเรื่องการออกอาวุธอย่างไรให้ชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นความสำคัญตั้งแต่เรื่องความมีระเบียบวินัยตรงต่อเวลา การมีสัมมาคารวะ รู้แพ้ รู้ชนะและรู้จักให้อภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานด้านวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยซึ่งได้สอดแทรกเข้ามาในศิลปะมวยไทยด้วย จึงกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ผู้ใดพบเห็นเป็นต้องชม

คุณค่าของกีฬามวยไทย ดังไปไกลถึงสนาม One Championship

คุณค่าที่มีในศิลปะการต่อสู้อย่างมวยไทยได้ดังไปไกลถึงสนามประลองฝีมือศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA อย่างสนาม One Championship และสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้ด้วยการใช้แม่ไม้มวยไทยเป็นอาวุธหลักในการโจมตีคู่ต่อสู้ได้อย่างเฉียบขาด จึงพิสูจน์ได้อย่างน่าภาคภูมิใจว่า มวยไทยไม่ได้เป็นรองศิลปะการต่อสู้ประเภทใดเลย ควรช่วยกันอนุรักษ์และเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จัก จนแม้กระทั่งชาวต่างชาติเองยังต้องให้ความสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นรูปแบบการต่อสู้ของตัวเอง

นอกจากความน่าภาคภูมิใจแล้ว ยังสามารถใช้เป็นใบเบิกทางในการสร้างชีวิตที่ดีได้ ไม่ใช่เป็นนักมวยดังแต่ใช้ชีวิตยังมีความลำบากแร้นแค้น เพราะเมื่อได้รับชัยชนะก็จะได้รับเงินรางวัลซึ่งมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนชีวิตของตัวเองและครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบายขึ้นได้

สุดยอดแห่งคำว่าชัยชนะบนสังเวียน UFC กับเจ้าของฉายา “ไอ้แมงมุม”

ในสังเวียนของกีฬาการต่อสู้ย่อมต้องการคำว่าชัยชนะเสมอ การต่อสู้ในศึก UFC ที่เป็นสังเวียนการแข่งขันของมวย MMA ก็เช่นกัน นักสู้ทุกคนที่จะก้าวขึ้นมาบนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ เพราะต้องผ่านสนามของความเหน็ดเหนื่อยอดทนตลอดจนการฝึกฝนอย่างหนัก นอกจากนี้ยังต้องผ่านทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและคราบน้ำตาอีกด้วย เนื่องจากกีฬาการต่อสู้ย่อมมีทั้งแพ้และชนะ เมื่อมีโอกาสได้ก้าวขึ้นสังเวียนอันทรงเกียรติระดับโลกอย่าง UFC ก็ย่อมต้องรู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุด ถ้าได้รับชัยชนะก็เหมือนเป็นรางวัลในชีวิต แต่จะมีนักกีฬาสักกี่คนที่สามารถครองเข็มขัดแชมป์ได้ติดต่อกันหลายสมัยอย่างเจ้าของฉายา “ไอ้แมงมุม” หรือ Anderson Silva นักชกชาวบราซิเลียน

เทคนิคการต่อสู้ในรูปแบบของ Anderson Silva จนต้องยกให้กลายเป็นตำนาน MMA

แน่นอนว่าการครองแชมป์ได้ยาวนานหลายปีและยังไม่มีใครสามารถทำได้ ตั้งแต่ปีค.ศ. 2006-2013 ของ Anderson Silva จะต้องมีเทคนิคการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวการต่อสู้ต้องใช้ได้อย่างชำนาญชั้นครู และหนึ่งในท่วงท่าของการต่อสู้ที่เขาได้ใช้บนสังเวียนระดับโลกนั้นก็คือ แม่ไม้มวยไทย ซึ่งสามารถใช้อาวุธได้อย่างครบทุกรูปแบบทั้ง มือ ศอก เข่าและเท้า รวมถึงสามารถเข้ากอดรัดคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย Silva นำมาประยุกต์ใช้ในการสู้ศึก UFC ได้อย่างชำนาญจนคนไทยเองก็ยอมรับว่าเป็นสุดยอดนักมวยที่ใช้มวยไทยได้ดีเยี่ยม ประกอบกับความแข็งแรงของร่างกายที่พร้อมทั้งการตั้งรับและการเข้าโจมตีคู่ต่อสู้จึงสามารถเอาชนะได้แบบที่คู่ต่อสู้ต้องยอมยกธงขาว

Anderson Silva หรือ ไอ้แมงมุม นั้นยังมีความชำนาญในศิลปะการต่อสู้ตามแบบฉบับของชาวบราซิลขนานแท้อย่าง บราซิลเลียนยิวยิตสู (brazilian-jiu-jitsu) หรือเรียกว่า Bjj ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของกีฬาต่อสู้แบบผสมผสาน MMAโดยอาศัยการล็อกคู่ต่อสู้ไม่ให้ทรงตัวได้ การใช้การต่อสู้ Bjj ไม่ได้อาศัยความแข็งแรงของร่างกายแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องอาศัยเทคนิคอันชาญฉลาดเพื่อสามารถล็อกและล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ ผู้ชนะแทบจะไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเลยก็ยังได้ ในปัจจุบัน Bjj ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับว่าทุกเพศทุกวัยสามารถฝึกฝนได้

ตำนาน ไอ้แมงมุม สู่แรงบันดาลใจของนักสู้รุ่นใหม่

ถึงแม้ว่า Anderson Silva จะเสียเข็มขัดแชมป์ไปแล้วแต่ก็ยังถือว่าเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งของ MMAไปตลอดกาลและยังไม่มีใครสร้างตำนานหน้าใหม่ได้เท่าหรือดีกว่า จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักสู้รุ่นใหม่หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ไอดอล ของรุ่นน้องนั่นเอง ทำให้เด็กรุ่นใหม่มีกำลังใจและมีความพยายามในการฝึกซ้อมโดยมีเวที UFC เป็นเป้าหมาย MMA ก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ผู้คนนิยมติดตามมากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนตัวของเขาเองก็ยังคงโลดแล่นในวงการ MMA มาจนถึงปัจจุบันนี้ และยังเป็นที่เคารพนับถือทั้งในฐานะรุ่นพี่และฐานะครูมวยอีกด้วย

อิทธิพลของ MMA หรือ Mixed Martial Art ในประเทศไทย

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน MMA หรือ Mixed Martial Art ในช่วงยุคแรก ๆ นั้นเป็นที่รู้จักในด้านการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลากหลายแขนงเข้ามาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย มวยสากล บราซิลเลี่ยน ยูยิตสุ ยูโด มวยปล้ำและอื่น ๆ ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว มีเพียงกติกาแพ้คัดออก การแพ้-ชนะขึ้นอยู่กับการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ น็อกคู่ต่อสู้หรือกรรมการสั่งยุติเท่านั้นในรายการแข่งชื่อดังอย่าง UFC (Ultimate Fighting Championship) ในเวลาต่อมาเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นจึงพัฒนาและกำหนดกติกาให้เป็นสากลมากขึ้น

ในประเทศไทยเองได้เริ่มให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นตามกระแสโลกเช่นกัน โดยมีผู้สนับสนุนเป็นคนไทยและได้พยายามผลักดันให้นักกีฬาต่อสู้ของไทยรวมถึงนักกีฬาที่มีความสนใจทั่วภูมิภาคเอเชียได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสศิลปะการต่อสู้ MMA มากขึ้น เพราะความสามารถของคนเอเชียเองไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติตะวันตก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำศิลปะการต่อสู้ของภูมิภาคเอเชียไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จักมากขึ้นอีกด้วย และเพราะความทันสมัยของเทคโนโลยีอย่างโซเชียลมีเดียด้านต่าง ๆ สามารถรับชมได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา ด้านเกมการแข่งขันเองก็มีความน่าสนใจจึงทำให้ MMA เข้ามาอิทธิพลในกลุ่มคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำไม…ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน MMA หรือ มวยกรง จึงฮอตฮิตทั่วโลก

  • ในปัจจุบันผู้คนชอบความแปลกใหม่และท้าทายความสามารถ โดย MMA มีการถ่ายทอดความสามารถของนักกีฬาต่อสู้ ซึ่งไม่มีข้อจำกัดของการใช้อาวุธ เพราะสามารถนำมาใช้ได้แบบผสมผสานภายใต้กติกาที่มีไว้เพื่อกำหนดแนวทางและเซฟนักกีฬาในเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น
  • ความสนุกสนานเร้าใจในเกมการแข่งขันที่คาดเดาได้ยาก ผู้ชมจะรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นไปกับเกมทุกครั้งทุกยกเมื่อได้ชมแล้วอาจจะลืมทั้งความเครียดและความทุกข์ที่มีได้เลยทีเดียว
  • สามารถรับชมได้สะดวก ทั้งที่ผ่านรายการโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังสามารถรับชมย้อนหลังได้อีกด้วย เพราะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากระบบอินเทอร์เน็ตจึงสามารถออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วโลก

โอกาสที่มี ของนักกีฬาไทยและนักกีฬาภูมิภาคเอเชียสู่สายตาคนทั่วโลก

ในปัจจุบันถือว่ามีโอกาสสูงเพราะมีผู้ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยผ่านรายการชื่อดัง One Championship ซึ่งเป็นรายการที่สร้างขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสในการค้นหา ฮีโร่แห่งภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ แล้วผู้ชมก็ให้การยอมรับและชื่นชอบ จึงกลายเป็นรายดังเช่นกัน อาจจะเป็นเพราะว่ารูปร่างสัดส่วนของชาวเอเชียมักจะเป็นคนตัวเล็ก ไม่รูปร่างสูงใหญ่อย่างชาวตะวันตก ในสังเวียนใหญ่ระดับโลกอย่าง UFC จึงไม่ค่อยมีนักกีฬาที่มาจากฝั่งทวีปเอเชียมากนัก และที่ได้รับแชมป์โลกก็ยังไม่มีชื่อชาวเอเชียเช่นกัน

ทางผู้จัดรายการ One Championship ได้เล็งเห็นถึงความสามารถของชาวเอเชียและไม่อยากให้ถูกจำกัดจึงเปิดโอกาสให้ได้แสดงความสามารถ ซึ่งเรียกได้ว่าผู้ชมเองก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดีทีเดียว อีกทั้งยังมีความเชื่อมั่นในหัวใจนักสู้ชาวเอเชียอย่างเต็มร้อยว่าสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้ไม่แพ้ชาติใดเช่นกัน

การคว้าแชมป์บนสังเวียน UFC ดีกรียอดนักสู้ระดับโลก

สังเวียนของการท่าประลองฝีมือการต่อสู้ที่เรียกว่า ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ Mixed Martial Arts (MMA) กำลังได้รับความนิยมและโด่งดังไปทั่วโลก ในการคว้าแชมป์บนสังเวียนใหญ่อย่าง UFC ก็ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่มาจากปัจจัยหลายอย่างที่จะสามารถช่วยผลักดันให้ก้าวไปถึงคำว่าแชมป์ โดยนักสู้ระดับโลกแทบทุกท่านไม่ได้มีเบื้องหลังของการฝึกซ้อมที่สวยหรูดูดี เพราะความสำเร็จที่งดงามนั้นต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่มี หลาย ๆ ครั้งอาจจะต้องแลกมาด้วยคราบน้ำตา นั้นก็ถือเป็นบทพิสูจน์หนึ่งก่อนจะได้ชื่นชมกับความสำเร็จ

Conor McGregor เจ้าของเข็มขัดแชมป์ UFC (Ultimate Fighting Championship) ที่ ณ เวลานี้คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าเขาเหมาะสมกับดีกรีนักสู้ระดับโลก มีค่าตัวสูงถึงหลักร้อยล้าน จากการเคยเป็นคนที่เคยใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่เขาทำอย่างไรถึงได้เป็นถึงแชมป์โลก MMA และทำสถิติเป็นประวัติศาสตร์อีกด้วย ด้วยการครองแชมป์เข็มขัดนักสู้ถึง 2 รุ่นและยังไม่มีใครสามารถทำได้แบบเขา

กว่าจะมาเป็นแชมป์ UFC ต้องมีดีอะไรบ้าง?

กว่าจะได้เข็มขัดแชมป์ UFC ต้องมีดีอะไรบ้าง…ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกีฬาทุกประเภทต้องมีเช่นกัน แต่อาจจะแตกต่างตรงที่เป็นประเภทการต่อสู้และมีการปะทะ จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้ามาฝึกฝนได้ ถ้าไม่มุ่งมั่นและตั้งใจจริง

  • การมีจิตใจที่แข็งแกร่ง มีความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะในเวลาของการฝึกซ้อมต้องมีบาดเจ็บบ้าง หรือมีปัญหามาให้แก้อยู่ตลอดเวลา อาจจะต้องสวมจิตวิญญาณของนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่าย ๆ เข้าไปด้วย ถึงจะทำให้เดินทางถึงจุดมุ่งหมายที่ตั้งเอาไว้
  • ความขยันหมั่นฝึกซ้อม ความมีระเบียบและวินัยตามแบบอย่างของนักกีฬาที่ดี จะสามารถทำให้เพิ่มความอึดและได้รับทักษะต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ทั้งจากโค้ชและเพื่อนนักกีฬาด้วยกันเอง
  • การเลือกรับประทานอาหารที่สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมกับการเป็นนักกีฬาต่อสู้ อาจจะต้องเน้นอาหารที่เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกเป็นพิเศษ
  • พรสวรรค์ ซึ่งสามารถเป็นแรงผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่สังเวียนระดับโลกอย่าง UFC ได้เร็วกว่า เพราะมีการเรียนรุ้เทคนิคต่าง ๆ ในการต่อสู้ได้ไวจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้

มากกว่าคำว่าชัยชนะคือการเห็นคุณค่าของศิลปะการต่อสู้

คำว่าชัยชนะ และเป็นแชมป์โลกบนสังเวียน UFC เชื่อว่านักกีฬาทุกคนก็ย่อมอยากก้าวมาถึงจุดนี้อย่างแน่นอน แต่ที่มากกว่าชัยชนะ ก็คือ การเห็นคุณค่าของศิลปะการต่อสู้ เนื่องจากทุกศาสตร์การต่อสู้ใน MMA มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่านักกีฬาจะใช้ศิลปะการต่อสู้ใดได้ชำนาญกว่า การขึ้นสังเวียนทุกยก เหมือนได้นำศิลปะการต่อสู้ออกไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ดังนั้นนักกีฬาทุกคนควรให้การเคารพศิลปะการต่อสู้ที่ตนเองฝึกฝน รับรองได้ว่าจะสามารถเข้าถึงและฝึกซ้อมได้อย่างเข้าใจจนนำไปใช้ได้อย่างชำนาญแน่นอน

นักกีฬา MMA ทำเงินกันได้มากแค่ไหน?

เงินค่าตัวของนักกีฬา MMA นั้นไม่ได้เท่ากันไปหมดทุกคน มันขึ้นอยู่กับสถิติการสู้ของพวกเขา อายุ สไตล์การต่อสู้ ความนิยม และความถี่ในการชกก็มีผลต่อเงินค่าตัวทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามตัวแปรหนึ่งที่เห็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องค่าตอบแทนเหล่านี้คือสังกัดของนักกีฬา สำหรับนักกีฬามืออาชีพของ MMA นั้นค่าตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 1000 ถึง 3 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยจากสถิติค่าตัวเหล่านี้นักกีฬาของ UFC มีค่าตัวเฉลี่ยสูงที่สุด โดยพิจารณาได้จากสปอนเซอร์และการเผยแพร่ออกสื่อเป็นตัวผลักดันให้ค่าตัวนักชกในสังกัดสูงขึ้นตามไปด้วย

เงินค่าตัวนี้มาจากไหนกัน?

โครงสร้างเงินค่าตัวของนักกีฬาขึ้นกับสัญญาและการชกในแต่ละนัดด้วยว่าได้รับกระแสนิยมตอบรับมากน้อยเพียงใด ซึ่งส่วนมากแล้วหากในนัดนั้นสามารถเป็นผู้ชนะได้ก็จะได้รับเงินโบนัสอีกด้วย และเงินโบนัสนี้ก็ขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนของนักชกนั่นเอง เช่นค่าตัว 4 หมื่นดอลลาร์ หากชนะจะได้รับโบนัส 4 หมื่นดอลลาร์เช่นกัน เหมือนที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่าค่าตัวนักกีฬานั้นได้มาจากหลายส่วนมีส่วนใดบ้างลองมาดูกัน

ค่าสปอนเซอร์ นักกีฬา MMA มืออาชีพส่วนมากแล้วจะมีสปอนเซอร์ เช่น นักชกสังกัด UFC จะต้องใส่ชุดของ Reebok ในการชกเสมอ เนื่องจากมีการทำสัญญากันไว้ระหว่างบริษัททั้งสอง เพื่อโปรโมทสินค้าด้วย นักกีฬาจะได้รับค่าสปอนเซอร์ด้วย เช่นกัน ค่าสปอนเซอร์ที่ตกลงกันขึ้นกับจำนวนครั้งในการใส่ขึ้นชก รวมถึงการชกในนัดสำคัญ ๆ ราคาก็จะต่างกันไป

โบนัส เงินตอบแทนพิเศษนี้ขึ้นอยู่กับการชกในแต่ละนัด ว่านักชกชกได้น่าสนใจเพียงใด หากเป็นการชกที่ทำได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ค่าตอบแทนส่วนนี้ก็จะสูงตามไปด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยหากในแต่ละครั้งของการชกนักกีฬา MMA จะลุยกันอย่างดุเดือด แต่เงินโบนัสเหล่านี้ไม่ได้ถูกเปิดเผยตัวเลขให้รู้ทั้งหมด มีหลายกรณีเหมือนกันที่มีการตกลงการจ่ายโบนัสแบบไม่เปิดเผยให้คนอื่นรู้

นักชก MMA ที่ได้ค่าตัวมากกับน้อยมีความแตกต่างกันอย่างไร ?

ตามที่ทราบกันดีว่าค่าตัวของนักชกแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แตกต่างกันไปตามศักยภาพ แต่หากเราลองมองจากมุมมองของคนดู เราเองจะรู้ได้หรือไม่ว่านักกีฬาแต่ละคนที่มีค่าตัวแตกต่างกันมาก ๆ นั้นจะสังเกตได้อย่างไร? คำตอบคือแทบไม่แตกต่างกันเลย ผลของค่าตัวขึ้นกับผลงานในการชกของนักกีฬาเอง สถิติในการชกจะถูกบันทึกไว้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเรื่องการจ่ายค่าตัว จากสถิติพบว่านักกีฬา MMA ที่มีค่าตัวสูงที่สุดนั้นสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่นักกีฬาที่มีค่าตัวต่ำสุดนั้นได้รับค่าตัวเพียง 1 หมื่นดอลลาร์ต่อปีเท่านั้นเอง

One Championship โอกาสทองของนักสู้เอเชีย เพื่อก้าวสู่สังเวียน MMA ระดับโลก

หลาย ๆ ท่านอาจจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกับรายการมวยกรง MMA ระดับโลกอย่าง UFC มาแล้วแต่รู้หรือไม่ว่าในระดับภูมิภาคเอเชียเองก็มีเช่นกัน เพื่อเฟ้นหานักกีฬาต่อสู้หัวใจแกร่งในระดับภูมิภาคแล้วยังถือว่าเป็นโอกาสทองของนักสู้ที่จะก้าวขึ้นสู่สังเวียนใหญ่ต่อไปในอนาคตอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากทั้งนักกีฬาและผู้ชมจำนวนมาก จนได้รับความนิยมให้เป็นทัวร์นาเม้นต์การแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน MMA อันดับ 1 แห่งเอเชียโดยผู้ที่มีส่วนสำคัญในการก่อตั้งและช่วยสานฝันของนักต่อสู้ให้เป็นจริงในสังเวียน One Championship ก็คือ คุณชาตรี ศิษย์ยอดธง อดีตนักมวยไทยมืออาชีพของไทย ถือว่าเป็นการมอบโอกาสให้กับนักกีฬาหัวใจนักสู้ของไทยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็มอบความสุขให้กับแฟน ๆ กีฬาทั่วโลกอีกด้วย

One Championship สื่อสะท้อนเอกลักษณ์และคุณค่าของนักกีฬาแห่งทวีปเอเชีย

ในยุคปัจจุบันที่สังคมทั่วโลกมีโซเชียลมีเดียและสมาร์ทโฟนเป็นสื่อสำคัญในการติดต่อสื่อสารกัน ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกันก็สามารถพูดคุยสนทนากันได้สะดวกขึ้นแบบเรียลไทม์ รายการแข่งขัน MMA อย่าง One Championship จึงสามารถครองใจคนดูได้ทั่วโลกเพราะคนดูสามารถเข้าถึงได้สะดวก จึงไม่น่าแปลกใจที่มีเรตติ้งสูงอยู่ในอันดับต้น ๆ ดังนั้นจึงลงตัวได้กับวัตถุประสงค์หลักของรายการที่ต้องการสร้าง local heros ให้ได้เป็นที่รู้จักเพื่อเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ กับพวกเขาเหล่านั้นด้วย

สามารถนำเอาคุณค่าของศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ ในเอเชียออกสู่สายตาชาวโลกได้ชมกันซึ่งถือเป็นการ         โปรโมทที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี อาทิ มวยไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนได้รับการยกย่องว่าเป็นการต่อสู้ที่ดีที่สุดแบบแนวตั้ง นอกจากนี้ยังมีศิลปะการต่อสู้แบบผสม คือ คิกบ็อกซิ่ง คาราเต้ กังฟู เทควันโด เลทเว ปล้ำจับล็อกและอื่น ๆ โดยการจัดการแข่งขันนั้นได้เลือกจัดสนามการแข่งขันทั่วทวีปเอเชียและได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เพราะในภูมิภาคเอเชียนั้นถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของศิลปะการต่อสู้ที่มีมาอย่างยาวนานดังนั้นรายการ One Championship น่าจะเป็นสื่อกลางที่ดีที่สุดเพื่อสืบสานคุณค่าที่มีอยู่ไม่ให้สูญหายไป

นักกีฬาต่อสู้ของไทยแจ้งเกิดใน One Championship

นักกีฬาต่อสู้ของไทยได้มีโอกาสเข้าไปแจ้งเกิดบนสังเวียน MMA ระดับภูมิภาคเอเชีย One Championship โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีพื้นฐานด้านการต่อสู้มาก่อนนั่นก็คือ มวยไทย จึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้อันงดงามอย่างมวยไทยไปในตัว ไม่เพียงแต่ผูชายเท่านั้นทางด้านนักกีฬาต่อสู้ผู้หญิงก็มีเช่นกัน อาทิ ครูรงค์ หรือ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค, ครูตองวันชิน หรือ ชนนภัทร วิรัชชัย, ริกะ อิชิเกะและ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ หรือ ณัฐวรรณ พานทอง เป็นต้น การแจ้งเกิดที่มาพร้อมกับโอกาสในชีวิตหลาย ๆ ด้าน แล้วยังพร้อมที่จะส่งต่อโอกาสที่ดีให้กับน้อง ๆ รุ่นหลังที่ให้ความสนใจและมุ่งมั่นอยากจะเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน MMA ต่อไปในอนาคตอีกด้วย

รายการ UFC (Ultimate Fighting Championship) ที่มาของความนิยมในกีฬา MMA

ต้องยอมรับว่าที่มาของความนิยมในกีฬาต่อสู้แบบผสมผสานศิลปะการต่อสู้ที่หลากหลายอย่าง MMA นั้นมาจากรายการฮิตติดอันดับเทรนด์โลก คือ รายการ UFC (Ultimate Fighting Championship) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นชื่อสมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงแรกของการจัดทัวร์นาเม้นต์นี้ก็เพื่อเป้าหมายของการได้เปรียบเทียบเชิงศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ เท่านั้น แต่กลับได้รับการตอบรับจากแฟน ๆ รายการอย่างล้นหลามจนกลายเป็นรายการยอดนิยมในเวลาต่อมา

ในส่วนของตัวนักกีฬาเองก็ได้พัฒนาฝีมือจนเกิดเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเองขึ้น ทำให้มีความน่าสนใจที่จะติดตามฝีมือการต่อสู้บนสังเวียนเป็นอย่างมาก จนเกิดเป็นเกมการแข่งขันที่มีความสนุกสนาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมที่ชอบในเรื่องความท้าทายและการต่อสู้ที่สุดมัน UFC  จึงเป็นทัวร์นาเม้นที่ตอบโจทย์ได้ตรงใจที่สุด

การต่อสู้ที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบในศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน

การต่อสู้ที่หลากหลายซึ่งนักกีฬานำมาใช้ในการแข่งขัน MMA นั้น ศิลปะการต่อสู้แบบไหนที่จะสามารถเรียกว่าเป็นการต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด คำถามนี้น่าจะเกิดกับใครหลาย ๆ คน แล้วอาจจะกำลังถกเถียงกันอยู่เมื่อได้ชมเกมการแข่งขัน แต่เมื่อถูกเรียกว่า ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน นั่นคือการเลือกทักษะที่ดีที่สุดของแต่ละแขนงมาใช้ให้ชำนาญ อาทิ การเลือกบราซิลเลี่ยน ยิวยิตสุ (Brazilian Jiu Jitsu) ก็จะมีท่าไม้ตายอย่าง การรัดคอ (rear naked choke หรือ triangle choke) หักแขน (arm bar) หรือ การใช้ท่าไม้ตายของมวยไทยซึ่งถ้าหากใช้ได้อย่างชำนาญจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามเพราะมีหลายท่ามาอย่าง แทงเข่า สะบัดศอก หมัดอันเฉียบคมและเตะตัดจังหวะคู่ต่อสู้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงศิลปะแขนงอื่น ๆ ด้วย

ในความสมบูรณ์แบบที่มี ย่อมต้องผลัดเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพราะไม่มีใครปฏิเสธความร่วงโรยของสังขารได้ แต่ยังคงกลายเป็นตำนานและต้นแบบอันล้ำค่าอยู่เสมอ ซึ่งนักกีฬาต่อสู้ในรุ่นหลังที่มักจะมีกำลังฮึดสู้และมุมานะมาจากต้นแบบในดวงใจของพวกเขานั่นเอง จนได้เป็นความสมบูรณ์แบบจากรุ่นสู่รุ่น

ไม่ได้โหดร้ายและรุนแรงอย่างที่คิด…แต่แข่งขันภายใต้กติกาแบบสากล

จากภาพที่เคยถูกมองว่าเป็นกีฬาที่โหดร้ายและใช้ความรุนแรงมากเกินไปหรือไม่…ทั้งที่ในความเป็นจริงก็คือการแข่งขันภายใต้กติกาแบบสากล

  • การชั่งน้ำหนักของนักกีฬาต้องเป็นไปตามเกณฑ์ เพื่อแยกรุ่นที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยมีคณะกรรมการดูแลรับผิดชอบในเรื่องพิกัดรุ่นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความไม่ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกันของตัวนักกีฬาเป็นหลักสำคัญ
  • มีข้อห้ามในการโจมตีตามหลักสากลเพื่อความปลอดภัย อาทิ ห้ามโจมตีบริเวณท้ายทอย หรือ บริเวณใต้เข็มขัด เป็นต้น และบริเวณจุดสำคัญซึ่งอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือทุพพลภาพได้
  • มีกรรมการบนเวที มีโค้ชและพี่เลี้ยงคอยดูแลข้างเวที รวมถึงมีหน่วยแพทย์ประจำเอาไว้ในยามฉุกเฉิน

ดังนั้นจึงไม่ใช่กีฬาที่โหดร้าย แต่เป็นกีฬาต่อสู้อย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะต้องมีบาดเจ็บเป็นเรื่องธรรมดาและมีการเตรียมพร้อมในเรื่องความปลอดภัยที่มีมาตรฐานอย่างแน่นอน